1006 - ฝัน.หวาน.อาย.จูบ

posted on 25 Dec 2008 20:06 by brownfrog  in 3xpeRieNcE

ฝัน หวาน อาย จูบ


Spoil ฝัน หวาน อาย ควรดู3เรื่องนี้ก่อนอ่าน

แต่จูบไม่มีอะไรจะ Spoil 555


จูบ
เรื่องนี้ควรจะเป็นเรื่องที่โดนใจวัยรุ่นมากที่สุด หรือผมจะไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว?
หนังเปิดด้วยคำพูดและเอฟเฟกต์ตลก ๆ ตามมาด้วยภาพที่พ่อแม่เห็นแล้วต้องร้อง "ลูกใครเนี่ย!"

จูบดำเนินไปโดยการถ่ายที่สวยงามแปลกตาดี รู้สึกเหมือนกำลังดูหนังผ่านกล้องโลโม
จูบทำให้เราขำ ด้วยภาพและการตัดต่อที่ลงตัว
จูบให้ความรู้สึกหวานประหลาด เมื่อเห็นบทที่เหมือนละครหลังข่าวของกาก้าและเป็ด
แต่ที่แย่ที่สุด จูบไม่ให้สาระอะไรเลย นอกจากข้อความสามบรรทัดตอนท้าย ที่อาจทำให้ผู้ชายถูกแฟนที่พาไปด้วยโขกหัวเอา
คะแนนจูบ : 3/5
มูลค่า : 30 บาทจาก 120 บาท
(รู้สึกว่าผู้หญิงเรื่องนี้เอาแต่ใจจัง นิสัยเหมือนกันทุกคนรึเปล่าเนี่ย?)

 

อาย
เรื่องนี้ทำให้ผมชอบหนังใหญ่รวมไส้สั้นซีรียส์นี้ที่สุด
มี Spoil เยอะครับ เพราะผมชอบเรื่องนี้มาก ๆ เลยขอแนะนำให้ไปดูก่อนจะมาอ่าน

ตอง กับ ทุเรียน จากกันด้วยความรู้สึกที่ค้างคา

ทุเรียน รู้สึก "อาย" ที่จะแสดงความรักของเขาต่อหน้าผู้คน เมื่อตอนตนเองกำลังคบหาเป็นแฟนอยู่กับตอง สาวหน้าตาดีบ้านรวยโด่งดัง
ตองรู้สึก "อาย" พ่อและแม่เมื่อถูกเรียกให้พาแฟนมาดูตัว แต่แฟนกลับหนีหายไปแล้วไม่ติดต่อกลับมาเสียเฉย ๆ

ตองเข้าเกาะมาด้วยเรื่องงาน ทุเรียนมาเกาะด้วยเรื่องหัวใจ

ตลอดเวลาที่อยู่ในเกาะ ทั้งสองคนแสดงแต่ความแข็งกระด้างใส่กัน เฝ้าถามกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "ทำไมถึงต้องทำอย่างนั้น"

ทุเรียนไม่เคยเข้าใจตองว่าทำไมเธอต้องทำตัวโอนอ่อนไปตามกระแสของคนใหญ่คนโต คอยทำเรื่องที่พ่อสั่งให้ทำ เหมือนไม่มีความคิดเป็นของตนเอง
ตองไม่เคยเข้าใจทุเรียนว่าทำไมเขาถึงทำเหมือนให้ความสำคัญกับเรื่องทุกเรื่อง ห่วงใยอย่างที่เธอเพ้อออกมาตอนเมาว่า "ขนาดเหี้ย มันยังห่วงมากกว่าแฟนมัน"

ตองและทุเรียนทะเลาะกันด้วยคำพูด แต่การกระทำต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ตองโทรบอกเพื่อนว่าให้มารับวันหลัง เพราะตนเองอยากอยู่กับทุเรียน
ทุเรียนบ่นตองเรื่องความจู้จี้ รองเท้าพังเพราะวิ่งหนีแตน ทำไมไม่ถอดรองเท้าเดินไปเลย แต่วันรุ่งขึ้นหลังจากโดนตองด่าแทบจะเสียหมา กลับลุกขึ้นมาซ่อมรองเท้าให้เธอ

ทั้งสองไม่เคยบอกว่ารักกัน เพราะความ "อาย"
แต่ลึก ๆ แล้วยังเป็นเช่นเดิม

ทุเรียนเปิดสมุดของตองขึ้นดู และพบกับงานออกแบบของตอง ยึดเอาความเป็นศูนย์กลาง คือหลักฐานที่ดีที่สุดและซึ้งที่สุด (แอบขำตอนเห็นรูปพระเอกหัวเป็นทุเรียน นึกภาพตอนตองวาดแล้วคงขำดี) ว่าตองหาทางออกให้กับความรักของคู่รักหลาย ๆ คู่ที่มีช่วงเวลาแห่งความ "ไม่ลงตัว" ซึ่งกันและกันอยู่

ชายชอบเที่ยวห้าง หญิงชอบเดินสวน
ชายชอบเล่นเกม หญิงชอบคุยโทรศัพท์
บ่อยครั้งที่แฟนกันทะเลาะกันด้วยเรื่องความชอบของแต่ละคน

การปรับตัวเองให้อยู่ตรงกลางทั้งคู่จึงดูเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การโทษฝ่ายชายว่า "ฝ่ายหญิงเสียหายมากกว่าถ้าเป็นแฟนผู้ชาย เพราะงั้นผู้ชายต้องปรับมากกว่า"
ไม่ใช่การโทษฝ่ายหญิงว่า "ฝ่ายชายเหนื่อยกว่า จีบติดครั้งหนึ่งก็แทบแย่ กว่าจะได้เป็นแฟนก็เหนื่อยแสนเหนื่อย ผู้หญิงต้องลองปรับเข้าหาบ้าง"

หนังดำเนินไปด้วยภาพของชายทะเลที่เห็นบ่อยแล้ว แต่ยังคงสวยงาม การถ่ายภาพที่ก่อให้เกิดอารมณ์สบาย ๆ บวกกับเพลงประกอบที่เก่าไปซักนิด แต่การตัดต่อและจังหวะของหนังไหลไปอย่างดี บทสนทนาทำให้ผมนึกถึง Season Change เพราะทำออกมาได้อย่างดีมาก ๆ ด้านอารมณ์ของตองและทุเรียนยังคงออกแนวรวดเร็วไปหน่อยในช่วงต้น ๆ เพราะเวลาที่จำกัดให้เป็นหนังสั้นรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ช่วงท้ายหนังให้เวลาคนดูได้หายใจและอินไปกับเรื่องอย่างพอเหมาะ ทำให้อดยิ้มมุมปากไม่ได้เมื่อเรื่องดำเนินไปถึงจุดสุดท้าย
แต่อายยังดึงอารมณ์สุดท้ายไม่เก่งนัก เหมือนสามารถดึงขึ้นได้มากกว่านี้ แต่ดึงขึ้นไปไม่สุด ขาดองค์ประกอบยิบย่อยอีกนิดหน่อยเท่านั้น อายก็จะเป็นหนังรักที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยดูในปีนี้ได้เลย
คะแนนอาย : 4/5
มูลค่า : 40 บาทจาก 120 บาท



หวาน
หวานเป็นชื่อนางเอก ที่เกิดอาการทางจิต เป็นอาการประหลาดที่ทำให้เธอหมุนเข็ม "เวลา" ในชีวิตของเธอถอยหลังไปเรื่อย ๆ อาการนี้เกิดขึ้นเมื่อเธอ "ลืม" ฉีดยาให้หมาตัวน้อย ที่เปรียบเสมือนลูกแท้ ๆ ของเธอ อาการช็อคเมื่อสูญเสียบุคคลที่มีค่าไปทั้งสองคนทำให้เธอบ้า

เชนทร์เป็นชื่อพระเอก ที่เกิดอาการทางจิต เป็นอาการที่พบเจอได้บ่อย ๆ คือทำงานตัวเป็นเกลียว จนไม่มี "เวลา" พอที่จะอยู่กับหวาน
ดูหนังเรื่องนี้ในฉากเปิด ทำให้นึกถึงเรื่อง Click ในแบบฉบับของคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่มีพลังจนสะดุ้งตามหวานไปด้วย งานดึงอารมณ์ของคุณปรัชญาไม่เคยพลาดอยู่แล้ว ผมเคยขนลุกเมื่อองค์บากมาเมื่อไร ถึงเรื่องนี้หนังก็ยังดึงความเป็นดราม่าออกมาได้ไม่แพ้กัน

น้ำตาซึม
ใช่ บทหนึ่งในตอนนี้ทำผมน้ำตาซึม และหลังจากนั้นไม่กี่นาที จุดพีคของเรื่องก็กระชากเอาความรู้สึกนั้นให้สูงขึ้นไปอีก แต่ยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อผมนึกว่ามันคงจะจบลงแล้ว อารมณ์ก็กำลังจะผ่อนลง แต่ฉากสุดท้ายทำเอาผมอึ้ง ไม่ได้อึ้งกับเมคอัพที่ทำจนชาคริตแก่หง่อม แต่อึ้งกับประโยคสุดท้ายของหวาน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เชนทร์มีชีวิตอยู่กับงาน ทำงานจนเกินตัว ทำงานจนลืมไปชั่วขณะหนึ่ง ว่าทุกวันนี้ที่ทำงาน เพราะหวาน
หวานมีชีวิตอยู่กับหมา เพราะตลอดเวลาที่เธออยู่กับมัน เธอไม่เคยเห็นเชนทร์ในสายตา อยู่กับมันจนลืมไปชั่วขณะหนึ่ง ว่าเธอคิดถึงเชนทร์

เรื่องทำออกมาได้ดี ผูกปมให้เห็นว่าปัญหามีอยู่ตรงหน้า แต่เชนทร์ไม่สามารถผ่านมันไปได้ เพราะเขาลืม "เวลา" ที่อยู่กับหวานไปหมดสิ้น

หวานเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจ เวลาของเราหมุนกลับไม่ได้ จุดจบสุดท้ายมีให้เห็นอยู่ตำตา เวลาผ่านไปแล้ว เชนทร์ย้อนมันกลับมาไม่ได้ มันจะไม่กลับมา
เชนทร์ก็เหมือนพวกเราทุกคน
คะแนนหวาน : 4/5
มูลค่า : 40 บาทจาก 120 บาท

ฝัน
ฝันเป็นงานที่ผิดพลาด

ในแง่ของความคิดแล้ว ฝันให้บทเรียนที่ดี คือบอกเหมือนกับเรื่องของโฟกัสใน "ปิดเทอมใหญ่" เกี่ยวกับการบ้าดาราต่าง ๆ และความรักของคนใกล้ตัว ต่างตรงที่

ฝันมีความเป็นเด็กค่อนข้างสูง

และบางที สูงเกิน
ฝันดำเนินเรื่องครึ่งแรกได้น่าสนใจ เพราะเรื่องที่แล้ว ๆ มาดึงความรู้สึกของหนังนี้ได้เป็นอย่างดี ผมไม่ได้ศึกษาข้อมูลของหนังเรื่องนี้ไว้ก่อน หลีกเลี่ยงการอ่านเรื่องสั้นและบทสัมภาษณ์ จึงทำให้ต้องช็อก จนอยากให้เวลาหมุนกลับไปเหมือนในหวาน...

ฝันดำเนินเรื่อง 95% ด้วยการ์ตูนและซีจี...

เป็นอันรู้กันว่าซีจีเมืองไทย ถึงเราจะพยายามปลอบใจตัวเองยังไง บอกตรง ๆ ในความรู้สึกว่ามันยัง "ห่างชั้น" กันหลายขุม
ความรวดเร็วของหนังไม่ได้ทำให้ผมมองข้ามข้อบกพร่องและจุด "ไม่สวย" ของแอนิเมชั่นไปได้

มันยังเด่นชัดและขัดตาเหลือเกิน
ความเป็นละครเพลงคือสิ่งดีและใหม่ เพลงที่แต่งมาดีและเพราะ ขำอีก นับว่าเยี่ยมแล้วถ้าหลับตาฟัง
แต่ส่วนที่เหลือของหนัง ผมว่าตัดออก 80% ก็ไม่ทำให้มันสนุกน้อยลง

ผมเห็นความรักลึก ๆ ของบอย ที่คิดว่าดีที่สุดในฝัน "ถ้าเราช่วยให้เธอรอดได้ เราจะเป็นฮีโร่มั้ย"

ได้เห็นพี่เบิร์ด ที่ฮาในความ "เด็ก" จนเกินไปของพี่แก ขนาดไม่ใช่ตัวจริง แต่แอคติ้งเหมือนพี่เบิร์ดมาก ติดแนวล้อเลียนมาด้วยอีก ตลกมากขึ้นอีกขั้น

แต่ทุกอย่างถูกดึงด้วยซีจีและองค์ประกอบในช่วงอื่นที่ไม่ใช่ดนตรีเนี่ยแหละ

ไม่น่าเลย

คะแนน 1/5
มูลค่า 10 บาทจาก 120 บาท









หนึ่งข้อสงสัยเกี่ยวกับฝันหวานอายจูบ

การทำหนัง นอกจากจะต้องคิดเรื่องวัยของหนังแล้ว ต้องคิดถึงความเป็นไปได้ด้วย

การยัดหนังที่เหมาะสำหรับ 4 วัย ลงไปในหนังเรื่องเดียว โดยเฉพาะฝัน เป็นสิ่งที่ขัดมากจนไม่น่าให้อภัย

เพราะฝันมีความเป็นเด็กสูงมาก
แต่หากคุณคิดจะเอาเด็กไปดูฝัน อย่าลืมว่าเขากำลังจะได้ดูบทแลกลิ้นดูดปากกันของวัยรุ่นในจูบ

และวัยรุ่นในจูบไม่ชอบฝันแน่นอน เพราะตัวการ์ตูนนอกจากไม่ใส่ใจกับรายละเอียดฉากแล้ว ตัวละครที่เป็นการ์ตูนยังลอกการ์ตูนญี่ปุ่นและหนังดัง "กังฟู แพนด้า"

มาจนดูปั๊บก็รู้เลย ตอนหลังยังมีนารูโตะผสมดราก้อนบอลอีก เกินไปหน่อยมั้ง?

edit @ 25 Dec 2008 20:19:23 by ก

2Night - ยาวหน่อย

posted on 14 Dec 2008 00:27 by brownfrog  in 2NighT

ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนครับ

นี่เป็นเรื่องสั้นที่กำลังจะได้ตีพิมพ์

จะเอาข่าวมาลงให้อีกที

 

 

 

สิ่งนี้จะอยู่ต่อไป

 

-1-

                นักท่องเที่ยวเมาจนก่อเรื่องวิวาทกันอีกแล้ว ชาติกระชับวิทยุสื่อสารบนบ่าแล้วเดินเร็วๆ ไปยังส่วนท้ายของวอล์คกิ้งสตรีทเมืองพัทยา

 

                ผมถึงแล้วครับพี่ชาติ ตอนนี้มีคนมุงเยอะมากเลย

 

                เสียงอู้อี้จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ชาติกวาดมองรอบตัวเร็วๆ ครั้งหนึ่งเพื่อหาเส้นทาง ถนนเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย เขาเดินแหวกชาวจีนที่ส่งเสียงพูดคุยกันดังลั่น แทรกตัวผ่านฝรั่งตัวสูงใหญ่สามคนที่เดินกอดคอหน้าแดงกันมาอย่างทุลักทุเล บางคนมองตรงมาที่เขาอย่างตื่นๆ เป็นเชิงตกใจกลัว ชาติไม่สนใจ ตอนนี้ไอ้เม้งรุ่นน้องเขาที่รุดไปแก้สถานการณ์ตรงหน้าต้องมาก่อน

 

                พี่ชาติ เจอแล้ว เป็นผู้ชายสองคน ตัวสูงมาก ผมทองทั้งคู่ ผมจะเข้าไปละนะ

                เดี๋ยวเม้ง รอพี่ก่อน

 

                ไม่มีเสียงวิทยุกลับมา ชาติก้าวยาวเกือบเป็นวิ่ง ตะโกนขอทางเสียงดังและยกมือขึ้นแหวกไหล่ เสียงฮือแบบคนถูกขัดใจดังขึ้นด้านหลังเป็นระยะ ชาติฝ่าก้อนฝรั่งขนาดใหญ่มาได้ในที่สุด พบกับกลุ่มคนมุงแล้ว เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นไปพร้อมๆ กับเสียงเชียร์ราวมวยวัด เห็นเม้งยืนอยู่ใกล้ๆ กับยักษ์ในเสื้อกล้ามสองตน ดูราวกับจะฆ่าฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่ง แววตาไอ้เม้งนิ่งอย่างเสือ ภาษาประหลาดภูมิลำเนาพวกมันถูกพ่นออกจากปากกว้าง ๆ จนน้ำลายกระเซ็นใส่หน้าแว่น ชาติตะโกนคำว่าตำรวจเป็นภาษาอังกฤษทันทีที่แหวกกลุ่มคนดูออกมาได้ หมัดแรกก็ถูกปล่อยออกมา

 

-2-

                มือที่อุ้มลูกอยู่เจ็บเล็กน้อยจากเหตุการณ์ปะทะเมื่อวาน ชาติยิ้มกว้างแล้วยกมะยมขึ้นสูงกว่าเดิม เด็กน้อยหัวเราะลั่นอย่างสนุกสนาน ดวงตาของลูกหัวแก้วหัวแหวนส่องประกายสดใส

 

                พ่อคับ ตอนนี้พ่อทำงานอะไรอยู่คับ

 

                เสียงของมะยมที่ฟันหลุดไปหลายซี่เอ่ยขึ้นกับชาติ เขาหันกลับมาจากงานเอกสารที่ทำค้างอยู่ แล้วยิ้มกว้างตอบลูกชาย

 

                ตอนนี้พ่อเป็นเพื่อนตำรวจครับ

                เปนเพื่อนตำหลวดแล้วต้องทำอะไรมั่งอ่าคับ

 

                ผู้เป็นพ่อยิ้ม ลูบเส้นผมนุ่มนิ่มและเล่าสิ่งที่เขาไม่เคยเบื่อที่จะพูดให้มะยมฟังอีกครั้งหนึ่ง ทำไมเขาถึงหลงรักดวงตาคู่หนึ่ง ที่ไม่ได้มีเสน่ห์แปลกแตกต่างจากคู่อื่นๆ ที่เคยเห็น ทำไมเขาถึงหลงรักมือเล็กๆ ที่ชอบจับนู่นแตะนี่จนต้องดุเป็นประจำ ทำไมเขาถึงหลงรักมะยม

                เขาคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องหาคำตอบ

 

                พ่อ ผมจะเป็นตำหลวดคับ

                อ้าว มะยมไม่อยากเป็นเพื่อนตำรวจเหมือนพ่อหรอครับ

                ก้อพ่อเปนเพื่อนตำหลวดนี่คับ พอผมเปนตำหลวดแล้วพ่อจะได้อยู่เปนเพื่อนผมไงคับ

 

-3-

       มะยมหลับอยู่ในอ้อมแขนของวรรณ เขาไม่ต้องการปลุกทั้งคู่ จึงเดินออกมาเงียบๆ

 

ด้านนอกเริ่มมืดแล้ว เสียงทีวีจากร้านขายของตรงข้ามห้องแถวดังกว่าทุกที ชาติเหวี่ยงขาขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์คู่ชีพที่เอียงอิงกับเสายันระเบียง

 

พี่ชาติ

ละสายตาจากหน้าปากซอยมองไปด้านซ้าย และพบกับนุ่นที่เป็นลูกจ้างร้านขายของข้างๆ กำลังโบกมือตะโกนเรียก โดยหูยังไม่ละออกจากมือถือเครื่องใหญ่

เบาๆ หน่อยลูกพี่หลับอยู่

เรื่องค่าห้องน่ะค่ะพี่ นุ่นเอ่ยเสียงเบาลง เจ้เขาฝากหนูมาถาม

พี่ต้องรอปลายเดือนว่ะนุ่น ฝากบอกส้มด้วยละกัน

ค่ะพี่

                ชาติเข็นรถออกจากหน้าบ้านก่อนติดเครื่อง เขาไม่อยากให้ลูกเมียต้องสูดควันท่อไอเสีย กระเป๋าเงินหล่นร่วงลงบนตะกร้าหน้ารถ ท้องฟ้าเปล่งแสงสีส้มเหมือนทุกวัน แต่เขารู้สึกไม่เหมือนเดิม

 

 

 

 

-4-

 

                กระบองเหล็กเหวี่ยงเข้าใส่ท่อนแขนหนา เกิดเสียงร้องลั่นขึ้นแทบจะในทันที ชาติถอยฉากออกมาเมื่อแขนอีกข้างของมันเหวี่ยงไปมาเปะปะด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเม็ดเป้งไหลเข้าตาจนแสบ ไม่มีเวลาแม้แต่จะสนใจอีกคู่มวยที่อยู่ไม่ไกล เสียงโห่ร้องล้อเลียนของชาวต่างชาติกำลังทำให้ผู้ต้องหาของเขาคลุ้มคลั่ง

 

                ชาติฟาดกระบองใส่กรามอีกฝ่าย แลกกับหนึ่งหมัดของมันที่ทำเอาเขาหน้าหัน ใบหน้าร้อนวูบหนึ่ง กัดฟันฝืนความเจ็บปวด เพราะอีกกำปั้นกำลังพุ่งตรงมา เขาเบี่ยงตัวหลบและซัดสีข้างด้วยกระบองไปอีกหลายทีจนร่างมันทรุดลง เทศกิจหนุ่มกระโดดขึ้นคร่อมร่างนักท่องเที่ยวและรวบแขนใหญ่หนาหนักสองข้างไว้ด้วยกัน ชาติเริ้มรู้สึกแสบที่มือซ้าย

 

                เล็บนิ้วนางของเขาฉีก เลือดไหลเป็นทางยาวลงไล้แหวนเงินวงสวย โลหะเป็นมันสะท้อนแสงเข้าตาแวบหนึ่ง

 

                พี่ชาติ!!!”

 

                เม้งนอนอยู่บนพื้น หัวแตกย้อมพื้นเป็นสีแดง ถัดไปเป็นร่างของอีกหนึ่งผู้ต้องหาที่วิ่งเต็มฝีเท้า

 

 

-5-

 

                วรรณยืนอยู่ประตูห้อง สีหน้าเคร่งเครียด

มะยม ไปนั่งดูทีวีก่อน คุณ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย

 

                ชาติละสายตาจากเอกสารตรงหน้าเป็นครั้งที่สองของวัน เขาหันมามองหน้าภรรยา และอ่านสายตาเธอ

                คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมลางานศุกร์นี้มาวันเกิดลูกแน่นอน

 

                เสียงถอนหายใจอ่อน ๆ จากริมฝีปากบาง

                คุณไม่ค่อยมีเวลาให้เรา ลูกคิดถึงคุณจะแย่

                ผมใกล้ได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว ทนหน่อยละกัน ผมจะว่างมาอยู่กับคุณและลูกแน่นอน

 

                เกิดความเงียบควบคู่ไปกับเสียงใบพัดลมสีเขียวอ่อน

 

                ชาติ ฉันท้อง

                คุณว่าอะไรนะ

 

                ชาติไม่ได้ต้องการให้วรรณพูดซ้ำ เขาได้ยินเต็มสองหู แต่ไม่อยากเชื่อ ปากกาที่ถืออยู่หล่นกลิ้งไปบนพื้นไม้ และสิ่งที่อื้ออึงตามมาคือโทสะ

 

 

-6-

 

                ออกแรงวิ่งอย่างยากลำบาก ผ่านบาร์เหล้านับสิบแห่ง นักท่องเที่ยวเป็นอุปสรรคสำคัญ ผู้ต้องหาผลุบโผล่อยู่ตามกลุ่มชน วิทยุของหน่วยตำรวจท่องเที่ยวดังแข่งเสียงเอะอะรอบข้าง ชาติไม่ตอบ ความเหนื่อยล้าทำให้เขาถูกทิ้งห่างไกลขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดยักษ์ใหญ่ตนนั้นก็หายไปหลังตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ชาติถลันตามเข้าไป

 

                มึงหยุด!!!”

                เสียงภาษาไทยชัดเจนดังมาจากปากของมัน ในมือมีปืนกระบอกสีดำ จ่อลำคอของพริตตี้คนนั้น หล่อนดูตื่นและหวาดกลัว ชาติผงะหยุดอยู่กับที่เมื่อเห็นร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งพร้อมผ้าสีขาวที่ทอดตัวเป็นทางยาว ลูกของหล่อน

 

                ห่า ใจเย็น ๆ ก่อน

                มันทำในทางตรงกันข้าม หล่อนสำลักและร้องลั่นเมื่อปากกระบอกกดลงแน่นขึ้น เมายาอย่างไม่ต้องสงสัย ตายังแดงอยู่เลย ชาติคิดถึงความปลอดภัยของหล่อนและลูก จึงสาวเท้าใกล้ขึ้น มือขวากำกระบองเตรียมพร้อม

 

                อย่าเข้ามา!!!”

                พอเหอะ ไม่ได้อะไรหรอก เชื่อผม ชาติพยายามพูดช้า ขยับเข้าใกล้ขึ้นอีก ใจเย็น ๆ ไว้ ไม่มีใครทำอะไรคุณแล้ว

 

                มึงโกหก You…”

 

                ไม่ต้องรอให้จบประโยค ชาติพุ่งเข้าใส่ปืนในมือมัน เสียงลั่นขึ้นนัดหนึ่ง ทั้งสองกลิ้งไปกับพื้น และโดยไม่มีใครคาดคิด ปืนดังขึ้นอีกนัดหนึ่ง และร่างยักษ์ก็แน่นิ่ง ชาติขยับตัวถอยหนีแล้วหายใจหอบ

แต่กลับรู้สึกเจ็บจนเสียวสันหลัง

 

คุณไม่เป็นไร...นะ

คำสุดท้ายดังจากพื้น ร่างของเขาตะแคงข้าง มองเห็นผู้เป็นแม่อุ้มร่างเด็กน้อยลอยขึ้น ดวงตาคู่นั้นมองผู้ข่วยชีวิตที่กำลังจะตายอยู่แวบหนึ่ง หล่อนก้มลงหยิบกระเป๋าเงินจากกางเกงเขาและวิ่งหายไปในฝูงชนนอกซอย

 

ชาตินอนอยู่บนกองเลือดสีแดง ฝนกำลังจะตก

 

เขาถอดแหวนจากนิ้วที่เจ็บเพราะเล็บฉีก หมุนมองชื่อสลักนั้นไปมา ราวกับจะจดจำไปจนภพหน้า

 

แล้วเขาก็สิ้นใจ

 

-7-

 

                ไม่บอกเมียหน่อยหรอ

                เสียใจตาย วรรณอยากมีลูกสองคน

                ทำแค่ชั่วคราวก็ได้นี่

                ก็ที่มาทำเนี่ยก็ชั่วคราวไง รอเลิกจนก่อนค่อยว่ากัน

 

                ดวงหน้าซีดขาวของชาติเห็นรอยคล้ำใต้ตาได้ชัดเจน

 

                เลิกจน มีเงิน ชีวิตเรามันวนอยู่แค่นี้หรอ ทำสิ่งที่อยากทำตั้งแต่วันนี้ไม่ดีหรอ

                จะทำฝันข้าน่ะมันต้องใช้เงิน

                ฝันประเภทไหนวะต้องใช้เงินทำ

 

                เสียงรถเข็นหยุดลง และชาติขยับตัวลุกขึ้น ความรู้สึกเจ็บวิ่งผ่านร่างเหมือนไฟดูด แต่เขายิ้ม

                ลูกมีอนาคต เมียสบาย ข้าว่าง นี่แหละฝันข้า

                แฟมิลี่แมนดีนะ แกเนี่ย แล้วแกจะไม่นั่งรถเข็นแน่หรอ ไม่ปวดไข่?”

                ไม่ว่ะ เดี๋ยวลูกถาม พอดีกว่าเพื่อนตำรวจต้องแข็งแรงอยู่เสมอน่ะ ชาติหัวเราะ

 

-8-

 

                ชาติร้องไห้ ด้วยความคับแค้นและเสียใจ หญิงสาวเบื้องหน้าเคยคิดว่าเป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์ คบหากับคนข้างบ้าน ถูกหลอกเอาเงินหายไปเกือบหมดบัญชี เงินที่เขาพยายามแทบล้มประดาตายเพื่อครอบครัว!!! เพื่อมะยม!!!

 

                วรรณนอนคุดคู้อยู่บนพื้น พร่ำเอ่ยคำขอโทษทั้งน้ำตา ชาติกัดฟันแน่น พร้อมบันดาลโทสะระลอกที่สาม หากเขาไม่บังเอิญได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจากมุมหนึ่งของบ้าน เขาหันไปมองหน้าห้อง และพบกับมะยมที่กำลังฟูมฟายเพราะโลกทั้งใบของเด็กน้อยพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี มะยมกรีดร้องแหบแห้งฟังไม่ได้ศัพท์ กระชากอารมณ์โกรธออกจากร่างของผู้เป็นพ่อจนหมดสิ้น

 

                มะยม

                พ่อแกล้งแม่ แกล้งแม่ทำไม ทำไมพ่อต้องแกล้งแม่ด้วย

                พ่อ...

 

                ชาติยื่นมือออกไป แต่มะยมหนี

                พ่อขอโทดแม่ก่อน แม่ร้องไห้พ่อเห็นไหม

                งั้นมะยมหยุดร้องไห้ แล้วเข้านอนก่อน พ่อจะขอโทษแม่

 

                มะยมไม่ยอม ชาติสัญญาด้วยนิ้วก้อย เสียงสะอื้นทิ้งช่วงนานขึ้นและหยุดลงในที่สุด เขารอจนมั่นใจว่าลูกน้อยหายตกใจและหลับสนิทแล้ว จึงเดินไปประคองวรรณให้ลุกขึ้น หล่อนยังคงขอโทษซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนบ้า ชาติดึงเธอมากอดไว้ เสียงเงียบลง

 

                คุณคะ ฉัน...

                ไม่เป็นไร ผมยกโทษให้คุณ ผมขอโทษนะที่รุนแรงไป ชาติเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จูบหล่อนเบา ๆ ที่หน้าผาก ผมคิดว่าเราอาจจะต้องคุยกันบ้าง

                ค่ะ ฉันเข้าใจ

                คุณไปตรวจครรภ์มาแล้วใช่มั้ย

                ค่ะ

                งั้นเอางี้ ผมจะทำงานไม่หนักเหมือนเมื่อก่อน แต่จะลองเขียนเรื่องสั้นส่งตามสำนักพิมพ์ดู ผมจะได้มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ดูแลคุณกับลูก คุณว่าเป็นไงบ้าง

                คุณคงต้องเหนื่อยมาก

                ผมไม่หวั่น แต่คุณต้องสัญญากับผมเรื่องหนึ่งนะ

                อะไรหรอคะ ฉันจะไม่มีวันมีคนอื่นอี...

                ไม่ใช่เรื่องนั้นนะที่จริง แต่ใช่ คุณต้องสัญญาด้วย แล้วอีกอย่าง

 

                ชาติมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนเป็นสีส้ม

 

                ลูกเราต้องชื่อมะเฟืองนะ

 

                วรรณหัวเราะเบา ๆ หล่อนเอนหัวลงบนไหล่กว้าง

                ก็ดีค่ะ ฉันรู้คุณชอบปลูกมะเฟือง

 

------------------

 

1005 - The Host โอ้ มาย ก็อด

posted on 30 Nov 2008 18:33 by brownfrog  in 3xpeRieNcE

     ผมอ่อนไหวกะผู้หญิงเอเชียครับ

 

ถึงจะเป็นเด็กก็ไม่เว้นนะ

 

The Host เล่าถึงครอบครัวของคน 5 คน ที่ลูกคนเล็กสุดโดนหางเกี่ยวลากลงน้ำหายไปกับตาผู้เป็นพ่อ และทุกคนที่เหลือคิดว่าเธอตายไปแล้ว

 จนกระทั่งกังดูได้รับโทรศัพท์ที่ฮยอนโซบ่นนักหนาว่าสัญญาณมันไม่ดี และมีเสียงของหล่อนอยู่ในสายอย่างฟังไม่ได้ศัพท์ครอบครัวของเขาที่ประกอบด้วยคนพิลึก ๆ สี่คนจึงหนีออกจากเขตกักกันของรัฐบาลเพื่อไปช่วยสมาชิกคนเล็กสุดที่เปรียบเสมือนเทพีประจำตระกูล

  ตลอดทั้งเรื่องเราจะเห็นความไม่เต็มเต็ง

  หากดูเผิน ๆ รอเจอสัตว์ประหลาดแล้ว จะเห็นว่าครอบครัวนี้บ้า และทำตัวไร้สาระเป็นที่สุด กังดูเอ๋อจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นพ่อคน หลังจากที่เขาปล่อยตัวเองไปไร้สาระกับสัตว์ประหลาดอยู่ได้นานสองนาน แทนที่จะวิ่งหนีเหมือนคนธรรมดาทั่วไป นัมอิลก็กินเหล้าเหม็นหึ่งไปงานผู้ปกครอง แถมยังชอบมองว่าตัวเองไม่มีค่า นัมจูเป็นนักกีฬาฝีมือดี แต่ตัดสินใจช้ามากจนเกือบขึ้นรถหนีตำรวจไม่ทัน และผู้เป็นปู่ซึ่งดูไม่ค่อยทันคนและหงิม ๆ ไม่มีความเด็ดเดี่ยว ทุกคนมีศูนย์ร่วมอยู่ที่ฮยอนโซ สมาชิกคนเล็กสุดซึ่งดูเป็นคนปกติที่สุดในหนัง

  แต่หากดูแบบตั้งใจแล้ว จะเห็นว่าไม่ใช่แค่ครอบครัวนี้เท่านั้นที่บ้า แต่ทุกคนที่ปรากฏในเรื่องนี้บ้าบอไปหมดซะทุกคน

ดูจบแล้วลองถามตัวเองดู

 ทำไมนักวิทยาศาสตร์เกาหลีเชื่อนักวิทยาศาสตร์อเมริกา? กะอีแค่ยาเก่า ๆ ต้องเททิ้งลงแม่น้ำหมดเลย?ด้วยเหตุผลแค่ว่า "แม่น้ำมันกว้าง" ?

สัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยังกะควาย ทำไมไม่มีใครตามล่า? มีแต่คนควบคุมกักกันเชื้อโรคที่กลัวกันเหลือเกินว่าจะติดต่อกันเป็นวงกว้าง

สัตว์ประหลาดไม่ล่าแล้ว พอครอบครัวกังดูโวยวายว่าได้รับโทรศัพท์ลูกสาว อยากให้ช่วยแกะรอย ก็อ้างเรื่องสิทธิชอบธรรมบ้างละ เรื่องความมีจรรยาบรรณบ้างละ จนต้องถ่อไปหาข้อมูลกันเองแบบข้าง ๆ คู ๆ

ยัง ยังไม่หมด พอครอบครัวนี้หนีไป ประกาศตามหากันครึกโครม มีคนวางแผนหลอกจับ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาพยายามอธิบายให้ทุกคนฟังแล้วว่าจะออกไปตามหาคน แล้วสัตว์ประหลาดไม่ดู? หากันแต่คน?

 

และอื่น ๆ อีกมากมายที่ดูแล้วมีความรู้สึกว่า เรื่องทุกเรื่องเกิดจากความ "วิปริต" ในจิืตใจคนทั้งนั้น

เห็นว่าหนังมันวิปริตขนาดนี้ ไม่ใช่ว่ามันไม่สนุกนะครับ หนังมีช่วงเวลาดรามาที่กินใจจนผมน้ำตาซึม มีช่วงตื่นเต้นที่ทำเอานั่งไม่ติด มีช่วงกระวนกระวายที่ว่าเมื่อไหร่พวกมันจะเจอกันวะ?!มีช่วงฮาสุด ๆ ที่ปู่พูดแล้วทุกคน... (ขำจริง ๆ ที่สำคัญยังพูดต่อด้วยนะ) และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

 

 น้องโกอาซองที่เล่นเป็นบทฮยอนโซน่ารักมาก!!!!

เลยทำให้ผมอินกับตอนจบแบบสุด ๆ จนใจหายทุกครั้งที่ฉากมืดลง กลัวหนังจะถูกปิดโดยทิ้งคำถามไว้ ซึ่งถ้าเป็นยังงั้นจริง ๆ ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด! (อุตส่าห์ดูมาทั้งเรื่อง ถ้าตัดจบแบบไม่รู้ว่าชะตากรรมเป็นไงนี่กระทืบตายห่าเลย)

 

 

ป.ล. แอบชอบฉากที่กินข้าวด้วยกันในโกดังแล้ว... มาก (น้ำตาจะไหล ตอนที่ตัดฉับกลับมาแล้วพบว่ามันไม่จริง)

 

ไปหามาดูซะนะครับ

 

edit @ 30 Nov 2008 19:19:38 by ก

จะทำอะไรนะ?

posted on 27 Sep 2008 02:22 by brownfrog  in 1nMyBloG

     ห้องมืดสลัว

 

      มีเพียงผม กับคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าตรงหน้า ดูรูปสนองตัณหายามดึก

     ช่างเป็นวงจรอุบาทว์ที่สรรหามาทำ

     ถ้าตอนนี้มีคนอยู่ข้าง ๆ ผม (ซึ่งถ้ามีจริง ๆ ผมคงไม่กล้าเปิดรูปโป๊) มันผู้นั้นคงจะตั้งคำถามกับผมว่า

 

"เฮ้ย มึงว่างนักหรอวะ วัน ๆ ไม่ทำเหี้ยไรเลย หนีไปบ้านเพื่อน เล่นไครซิส โหลดคลิป แล้วก็กลับ"

     เออแล้วมึงยุ่งอะไรกูล่ะ

"กูเบื่อ กูเห็นมึงทุกวัน เห็นชีวิตไร้ค่าของมึงทุกวันนี้แล้วกูเสียดาย"

     เสียดายอะไร มีอะไรน่าเสียดาย

"มึงจำได้มั้ยว่าเมื่อก่อนมึงทำอะไร ทั้งวันทั้งคืน แม้กระทั่งชั่วโมงเลขอาจารย์กัลยา"

     จำไม่ได้แล้ว

"มึงเคยทุ่มเทกับมันมาก มึงเคยคิดว่าฝีมือมึงเืทียบชั้นได้กับหลาย ๆ คนที่ตอนนี้มีผลงานออกมาเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว - มึงเคยคลั่งอ่านมันแบบเอาเป็นเอาตายเพื่อหาคำผิด มึงเคยคิดว่ามันคือทุกสิ่งในชีวิต แล้วทำไมวันนี้มึงถึงไม่สนใจมันเลย"

     เอาตรง ๆ มั้ย

"อือ บอกมาดิ"

     กูเบื่อแล้ว

"งั้นเลย ง่าย ๆ งั้นเลย"

     เออ ใช่ ต้องคิดอะไรให้มันยากเย็นวะ

"งั้นทุกวันนี้มึงก็ไม่ต่างกับเด็กหัวเกรียนตามซอยลาดพร้าวแล้วล่ะ นอนในชั่วโมงเรียน กลับบ้านไปเล่นเกม กินขนมเหี้ยห่าอะไรไม่รู้ที่แต่ก่อนมึงไม่เคยแตะ เวจก็ไม่ยก ออกกำลังกายก็ไม่ ลงพุงจนทุเรศ ผมหงอก"

     มีอะไรอีกมั้ย จะจดไว้ให้

"เมื่อก่อนมึงมีเป้าหมายชีวิตมากกว่านี้นี่"

     มันขึ้นอยู่กับอายุกูมากกว่า แต่ก่อนกูเด็ก ๆ ยังชอบเพ้อฝันอยู่ เฮอะ อาชีพแบบนั้นขืนเป็นก็เหนื่อยตายพอดี มึงคิดว่าอย่างกูจะไปรอดเหรอ

"กูคิดว่ามึงไปรอดนะเมื่อก่อน แต่ตอนนี้กูว่าไม่น่าจะรอดแล้วว่ะ ถ้าแม้แต่มึงยังไม่เชื่อในตัวมึงเองด้วยซ้ำ"

     ปรัชญาเข้าไป รำคาญ

"แล้วสรุปมึงเอาไงอ่ะ มึงจะอยู่โดยทำเป็นทุกทาง แต่ไม่เก่งซักทาง อย่างงี้ต่อไป หรือมึงจะเดินทางตามตัวตนของมึงล่ะ"

 

 

 

 

 

 

 

     ถ้าถามผมตอนนี้ ผมว่าผมจะเริ่มเดินต่อแล้วละ

 

 

 

 

 

 

      เดินแล้วจะล้มรืเปล่า จะกลับมาอู้เหมือนเดิมอีกมั้ย อันนี้ตอบไม่ได้ แล้วแต่อารมณ์ว่ะ ตอนแรกผมก็เป็นคนอารมณ์นิยมอยู่แล้วนี่เนอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ประกาศคืนวงการตัวอักษร ณ 27 กันยายน 2551 วันเกิดน้องหญิง ที่พี่ลืมเบอร์ไปแล้ว (เปลี่ยนเบอร์ไม่บอกกันแล้วฉันจะบอกเธอยังไง)