2NighT

2Night - ยาวหน่อย

posted on 14 Dec 2008 00:27 by brownfrog  in 2NighT

ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนครับ

นี่เป็นเรื่องสั้นที่กำลังจะได้ตีพิมพ์

จะเอาข่าวมาลงให้อีกที

 

 

 

สิ่งนี้จะอยู่ต่อไป

 

-1-

                นักท่องเที่ยวเมาจนก่อเรื่องวิวาทกันอีกแล้ว ชาติกระชับวิทยุสื่อสารบนบ่าแล้วเดินเร็วๆ ไปยังส่วนท้ายของวอล์คกิ้งสตรีทเมืองพัทยา

 

                ผมถึงแล้วครับพี่ชาติ ตอนนี้มีคนมุงเยอะมากเลย

 

                เสียงอู้อี้จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ชาติกวาดมองรอบตัวเร็วๆ ครั้งหนึ่งเพื่อหาเส้นทาง ถนนเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย เขาเดินแหวกชาวจีนที่ส่งเสียงพูดคุยกันดังลั่น แทรกตัวผ่านฝรั่งตัวสูงใหญ่สามคนที่เดินกอดคอหน้าแดงกันมาอย่างทุลักทุเล บางคนมองตรงมาที่เขาอย่างตื่นๆ เป็นเชิงตกใจกลัว ชาติไม่สนใจ ตอนนี้ไอ้เม้งรุ่นน้องเขาที่รุดไปแก้สถานการณ์ตรงหน้าต้องมาก่อน

 

                พี่ชาติ เจอแล้ว เป็นผู้ชายสองคน ตัวสูงมาก ผมทองทั้งคู่ ผมจะเข้าไปละนะ

                เดี๋ยวเม้ง รอพี่ก่อน

 

                ไม่มีเสียงวิทยุกลับมา ชาติก้าวยาวเกือบเป็นวิ่ง ตะโกนขอทางเสียงดังและยกมือขึ้นแหวกไหล่ เสียงฮือแบบคนถูกขัดใจดังขึ้นด้านหลังเป็นระยะ ชาติฝ่าก้อนฝรั่งขนาดใหญ่มาได้ในที่สุด พบกับกลุ่มคนมุงแล้ว เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นไปพร้อมๆ กับเสียงเชียร์ราวมวยวัด เห็นเม้งยืนอยู่ใกล้ๆ กับยักษ์ในเสื้อกล้ามสองตน ดูราวกับจะฆ่าฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่ง แววตาไอ้เม้งนิ่งอย่างเสือ ภาษาประหลาดภูมิลำเนาพวกมันถูกพ่นออกจากปากกว้าง ๆ จนน้ำลายกระเซ็นใส่หน้าแว่น ชาติตะโกนคำว่าตำรวจเป็นภาษาอังกฤษทันทีที่แหวกกลุ่มคนดูออกมาได้ หมัดแรกก็ถูกปล่อยออกมา

 

-2-

                มือที่อุ้มลูกอยู่เจ็บเล็กน้อยจากเหตุการณ์ปะทะเมื่อวาน ชาติยิ้มกว้างแล้วยกมะยมขึ้นสูงกว่าเดิม เด็กน้อยหัวเราะลั่นอย่างสนุกสนาน ดวงตาของลูกหัวแก้วหัวแหวนส่องประกายสดใส

 

                พ่อคับ ตอนนี้พ่อทำงานอะไรอยู่คับ

 

                เสียงของมะยมที่ฟันหลุดไปหลายซี่เอ่ยขึ้นกับชาติ เขาหันกลับมาจากงานเอกสารที่ทำค้างอยู่ แล้วยิ้มกว้างตอบลูกชาย

 

                ตอนนี้พ่อเป็นเพื่อนตำรวจครับ

                เปนเพื่อนตำหลวดแล้วต้องทำอะไรมั่งอ่าคับ

 

                ผู้เป็นพ่อยิ้ม ลูบเส้นผมนุ่มนิ่มและเล่าสิ่งที่เขาไม่เคยเบื่อที่จะพูดให้มะยมฟังอีกครั้งหนึ่ง ทำไมเขาถึงหลงรักดวงตาคู่หนึ่ง ที่ไม่ได้มีเสน่ห์แปลกแตกต่างจากคู่อื่นๆ ที่เคยเห็น ทำไมเขาถึงหลงรักมือเล็กๆ ที่ชอบจับนู่นแตะนี่จนต้องดุเป็นประจำ ทำไมเขาถึงหลงรักมะยม

                เขาคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องหาคำตอบ

 

                พ่อ ผมจะเป็นตำหลวดคับ

                อ้าว มะยมไม่อยากเป็นเพื่อนตำรวจเหมือนพ่อหรอครับ

                ก้อพ่อเปนเพื่อนตำหลวดนี่คับ พอผมเปนตำหลวดแล้วพ่อจะได้อยู่เปนเพื่อนผมไงคับ

 

-3-

       มะยมหลับอยู่ในอ้อมแขนของวรรณ เขาไม่ต้องการปลุกทั้งคู่ จึงเดินออกมาเงียบๆ

 

ด้านนอกเริ่มมืดแล้ว เสียงทีวีจากร้านขายของตรงข้ามห้องแถวดังกว่าทุกที ชาติเหวี่ยงขาขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์คู่ชีพที่เอียงอิงกับเสายันระเบียง

 

พี่ชาติ

ละสายตาจากหน้าปากซอยมองไปด้านซ้าย และพบกับนุ่นที่เป็นลูกจ้างร้านขายของข้างๆ กำลังโบกมือตะโกนเรียก โดยหูยังไม่ละออกจากมือถือเครื่องใหญ่

เบาๆ หน่อยลูกพี่หลับอยู่

เรื่องค่าห้องน่ะค่ะพี่ นุ่นเอ่ยเสียงเบาลง เจ้เขาฝากหนูมาถาม

พี่ต้องรอปลายเดือนว่ะนุ่น ฝากบอกส้มด้วยละกัน

ค่ะพี่

                ชาติเข็นรถออกจากหน้าบ้านก่อนติดเครื่อง เขาไม่อยากให้ลูกเมียต้องสูดควันท่อไอเสีย กระเป๋าเงินหล่นร่วงลงบนตะกร้าหน้ารถ ท้องฟ้าเปล่งแสงสีส้มเหมือนทุกวัน แต่เขารู้สึกไม่เหมือนเดิม

 

 

 

 

-4-

 

                กระบองเหล็กเหวี่ยงเข้าใส่ท่อนแขนหนา เกิดเสียงร้องลั่นขึ้นแทบจะในทันที ชาติถอยฉากออกมาเมื่อแขนอีกข้างของมันเหวี่ยงไปมาเปะปะด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเม็ดเป้งไหลเข้าตาจนแสบ ไม่มีเวลาแม้แต่จะสนใจอีกคู่มวยที่อยู่ไม่ไกล เสียงโห่ร้องล้อเลียนของชาวต่างชาติกำลังทำให้ผู้ต้องหาของเขาคลุ้มคลั่ง

 

                ชาติฟาดกระบองใส่กรามอีกฝ่าย แลกกับหนึ่งหมัดของมันที่ทำเอาเขาหน้าหัน ใบหน้าร้อนวูบหนึ่ง กัดฟันฝืนความเจ็บปวด เพราะอีกกำปั้นกำลังพุ่งตรงมา เขาเบี่ยงตัวหลบและซัดสีข้างด้วยกระบองไปอีกหลายทีจนร่างมันทรุดลง เทศกิจหนุ่มกระโดดขึ้นคร่อมร่างนักท่องเที่ยวและรวบแขนใหญ่หนาหนักสองข้างไว้ด้วยกัน ชาติเริ้มรู้สึกแสบที่มือซ้าย

 

                เล็บนิ้วนางของเขาฉีก เลือดไหลเป็นทางยาวลงไล้แหวนเงินวงสวย โลหะเป็นมันสะท้อนแสงเข้าตาแวบหนึ่ง

 

                พี่ชาติ!!!”

 

                เม้งนอนอยู่บนพื้น หัวแตกย้อมพื้นเป็นสีแดง ถัดไปเป็นร่างของอีกหนึ่งผู้ต้องหาที่วิ่งเต็มฝีเท้า

 

 

-5-

 

                วรรณยืนอยู่ประตูห้อง สีหน้าเคร่งเครียด

มะยม ไปนั่งดูทีวีก่อน คุณ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย

 

                ชาติละสายตาจากเอกสารตรงหน้าเป็นครั้งที่สองของวัน เขาหันมามองหน้าภรรยา และอ่านสายตาเธอ

                คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมลางานศุกร์นี้มาวันเกิดลูกแน่นอน

 

                เสียงถอนหายใจอ่อน ๆ จากริมฝีปากบาง

                คุณไม่ค่อยมีเวลาให้เรา ลูกคิดถึงคุณจะแย่

                ผมใกล้ได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว ทนหน่อยละกัน ผมจะว่างมาอยู่กับคุณและลูกแน่นอน

 

                เกิดความเงียบควบคู่ไปกับเสียงใบพัดลมสีเขียวอ่อน

 

                ชาติ ฉันท้อง

                คุณว่าอะไรนะ

 

                ชาติไม่ได้ต้องการให้วรรณพูดซ้ำ เขาได้ยินเต็มสองหู แต่ไม่อยากเชื่อ ปากกาที่ถืออยู่หล่นกลิ้งไปบนพื้นไม้ และสิ่งที่อื้ออึงตามมาคือโทสะ

 

 

-6-

 

                ออกแรงวิ่งอย่างยากลำบาก ผ่านบาร์เหล้านับสิบแห่ง นักท่องเที่ยวเป็นอุปสรรคสำคัญ ผู้ต้องหาผลุบโผล่อยู่ตามกลุ่มชน วิทยุของหน่วยตำรวจท่องเที่ยวดังแข่งเสียงเอะอะรอบข้าง ชาติไม่ตอบ ความเหนื่อยล้าทำให้เขาถูกทิ้งห่างไกลขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดยักษ์ใหญ่ตนนั้นก็หายไปหลังตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ชาติถลันตามเข้าไป

 

                มึงหยุด!!!”

                เสียงภาษาไทยชัดเจนดังมาจากปากของมัน ในมือมีปืนกระบอกสีดำ จ่อลำคอของพริตตี้คนนั้น หล่อนดูตื่นและหวาดกลัว ชาติผงะหยุดอยู่กับที่เมื่อเห็นร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งพร้อมผ้าสีขาวที่ทอดตัวเป็นทางยาว ลูกของหล่อน

 

                ห่า ใจเย็น ๆ ก่อน

                มันทำในทางตรงกันข้าม หล่อนสำลักและร้องลั่นเมื่อปากกระบอกกดลงแน่นขึ้น เมายาอย่างไม่ต้องสงสัย ตายังแดงอยู่เลย ชาติคิดถึงความปลอดภัยของหล่อนและลูก จึงสาวเท้าใกล้ขึ้น มือขวากำกระบองเตรียมพร้อม

 

                อย่าเข้ามา!!!”

                พอเหอะ ไม่ได้อะไรหรอก เชื่อผม ชาติพยายามพูดช้า ขยับเข้าใกล้ขึ้นอีก ใจเย็น ๆ ไว้ ไม่มีใครทำอะไรคุณแล้ว

 

                มึงโกหก You…”

 

                ไม่ต้องรอให้จบประโยค ชาติพุ่งเข้าใส่ปืนในมือมัน เสียงลั่นขึ้นนัดหนึ่ง ทั้งสองกลิ้งไปกับพื้น และโดยไม่มีใครคาดคิด ปืนดังขึ้นอีกนัดหนึ่ง และร่างยักษ์ก็แน่นิ่ง ชาติขยับตัวถอยหนีแล้วหายใจหอบ

แต่กลับรู้สึกเจ็บจนเสียวสันหลัง

 

คุณไม่เป็นไร...นะ

คำสุดท้ายดังจากพื้น ร่างของเขาตะแคงข้าง มองเห็นผู้เป็นแม่อุ้มร่างเด็กน้อยลอยขึ้น ดวงตาคู่นั้นมองผู้ข่วยชีวิตที่กำลังจะตายอยู่แวบหนึ่ง หล่อนก้มลงหยิบกระเป๋าเงินจากกางเกงเขาและวิ่งหายไปในฝูงชนนอกซอย

 

ชาตินอนอยู่บนกองเลือดสีแดง ฝนกำลังจะตก

 

เขาถอดแหวนจากนิ้วที่เจ็บเพราะเล็บฉีก หมุนมองชื่อสลักนั้นไปมา ราวกับจะจดจำไปจนภพหน้า

 

แล้วเขาก็สิ้นใจ

 

-7-

 

                ไม่บอกเมียหน่อยหรอ

                เสียใจตาย วรรณอยากมีลูกสองคน

                ทำแค่ชั่วคราวก็ได้นี่

                ก็ที่มาทำเนี่ยก็ชั่วคราวไง รอเลิกจนก่อนค่อยว่ากัน

 

                ดวงหน้าซีดขาวของชาติเห็นรอยคล้ำใต้ตาได้ชัดเจน

 

                เลิกจน มีเงิน ชีวิตเรามันวนอยู่แค่นี้หรอ ทำสิ่งที่อยากทำตั้งแต่วันนี้ไม่ดีหรอ

                จะทำฝันข้าน่ะมันต้องใช้เงิน

                ฝันประเภทไหนวะต้องใช้เงินทำ

 

                เสียงรถเข็นหยุดลง และชาติขยับตัวลุกขึ้น ความรู้สึกเจ็บวิ่งผ่านร่างเหมือนไฟดูด แต่เขายิ้ม

                ลูกมีอนาคต เมียสบาย ข้าว่าง นี่แหละฝันข้า

                แฟมิลี่แมนดีนะ แกเนี่ย แล้วแกจะไม่นั่งรถเข็นแน่หรอ ไม่ปวดไข่?”

                ไม่ว่ะ เดี๋ยวลูกถาม พอดีกว่าเพื่อนตำรวจต้องแข็งแรงอยู่เสมอน่ะ ชาติหัวเราะ

 

-8-

 

                ชาติร้องไห้ ด้วยความคับแค้นและเสียใจ หญิงสาวเบื้องหน้าเคยคิดว่าเป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์ คบหากับคนข้างบ้าน ถูกหลอกเอาเงินหายไปเกือบหมดบัญชี เงินที่เขาพยายามแทบล้มประดาตายเพื่อครอบครัว!!! เพื่อมะยม!!!

 

                วรรณนอนคุดคู้อยู่บนพื้น พร่ำเอ่ยคำขอโทษทั้งน้ำตา ชาติกัดฟันแน่น พร้อมบันดาลโทสะระลอกที่สาม หากเขาไม่บังเอิญได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจากมุมหนึ่งของบ้าน เขาหันไปมองหน้าห้อง และพบกับมะยมที่กำลังฟูมฟายเพราะโลกทั้งใบของเด็กน้อยพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี มะยมกรีดร้องแหบแห้งฟังไม่ได้ศัพท์ กระชากอารมณ์โกรธออกจากร่างของผู้เป็นพ่อจนหมดสิ้น

 

                มะยม

                พ่อแกล้งแม่ แกล้งแม่ทำไม ทำไมพ่อต้องแกล้งแม่ด้วย

                พ่อ...

 

                ชาติยื่นมือออกไป แต่มะยมหนี

                พ่อขอโทดแม่ก่อน แม่ร้องไห้พ่อเห็นไหม

                งั้นมะยมหยุดร้องไห้ แล้วเข้านอนก่อน พ่อจะขอโทษแม่

 

                มะยมไม่ยอม ชาติสัญญาด้วยนิ้วก้อย เสียงสะอื้นทิ้งช่วงนานขึ้นและหยุดลงในที่สุด เขารอจนมั่นใจว่าลูกน้อยหายตกใจและหลับสนิทแล้ว จึงเดินไปประคองวรรณให้ลุกขึ้น หล่อนยังคงขอโทษซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนบ้า ชาติดึงเธอมากอดไว้ เสียงเงียบลง

 

                คุณคะ ฉัน...

                ไม่เป็นไร ผมยกโทษให้คุณ ผมขอโทษนะที่รุนแรงไป ชาติเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จูบหล่อนเบา ๆ ที่หน้าผาก ผมคิดว่าเราอาจจะต้องคุยกันบ้าง

                ค่ะ ฉันเข้าใจ

                คุณไปตรวจครรภ์มาแล้วใช่มั้ย

                ค่ะ

                งั้นเอางี้ ผมจะทำงานไม่หนักเหมือนเมื่อก่อน แต่จะลองเขียนเรื่องสั้นส่งตามสำนักพิมพ์ดู ผมจะได้มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ดูแลคุณกับลูก คุณว่าเป็นไงบ้าง

                คุณคงต้องเหนื่อยมาก

                ผมไม่หวั่น แต่คุณต้องสัญญากับผมเรื่องหนึ่งนะ

                อะไรหรอคะ ฉันจะไม่มีวันมีคนอื่นอี...

                ไม่ใช่เรื่องนั้นนะที่จริง แต่ใช่ คุณต้องสัญญาด้วย แล้วอีกอย่าง

 

                ชาติมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนเป็นสีส้ม

 

                ลูกเราต้องชื่อมะเฟืองนะ

 

                วรรณหัวเราะเบา ๆ หล่อนเอนหัวลงบนไหล่กว้าง

                ก็ดีค่ะ ฉันรู้คุณชอบปลูกมะเฟือง

 

------------------

 

2NighT - ดินปืน

posted on 21 Jul 2008 22:50 by brownfrog  in 2NighT

     นิวรณ์เขวี้ยงกระบอกปืนสุดโปรดของเขาลงกระแทกพื้นพรม

     "ห่า ให้กูยิงคนแก่อีกแล้ว ไอ้เสี่ยปัญญาอ่อนนี่จะล้อเล่นกะกูไปถึงไหนกันวะ"

     วิัเชียรยิ้มเฝื่อน ๆ และก้มลงหยิบบริกาเดียร์เบเร็ตต้าส่งคืนให้เจ้าของ

      "มึงเอาคืนไปเหอะ แพง กูเสียดาย เอามาโยนเล่น..."

      "กูไม่เอาแล้ว..."

      "ฮะ?!"

     วิเชียรถลึงตา การเลิกใช้ปืนที่มอบให้โดยหัวหน้างานมีความหมายเพียงอย่างเดียว

      "กูจะไม่ฆ่าคนด้วยเหตุผลโง่ ๆ อย่างหนี้ไม่กี่ีหมื่นอีกแล้ว ฝากบอกไอ้เสี่ยยศนั่นด้วย ลาขาด อย่ามายุ่งกับชีวิตกูอีก ไม่งั้นคนต่อไปที่จะถูกยัดลูกตะกั่วใส่หัวจะเป็นมัน"

      ประตูปิดเสียงดังลั่น ทิ้งให้ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจกับความเงียบงัน

**************************** 

       "มึงก็เลยได้คำสั่งให้ไปเก็บมัน?"

      บรรยากาศในร้านประจำดูคึกคักมากกว่าปกติ คงเป็นเพราะวงดนตรีพิเศษในคืนนี้กำลังจะขึ้นเล่น เสียงคนดูโห่ฮาและตะโกนกูร้องด้วยความมึนเมาจากอบายมุขทำลายชีวิตเป็นจำนวนหลายร้อยขวดดังกู่ก้อง

      กลบเสียงพูดคุยของทั้งสองได้เป็นอย่างดี

       "เอาไงดีวะ ค่าจ้างงามด้วยดิ" วิเชียรยกขวดสีชาขึ้นจรดปาก ของเหลวจำนวนมากไหลลงคอที่แดงก่ำ

       "มึงกล้ายิงไอ้เหี้ยวรณ์ด้วยหรอ"

       คนถูกถามสำลักเบียร์ พิเชษฐ์ยิ้มมุมปาก

       "ห่า เป็นมึงก็ยิงเหมือนกัน"

       "เป็นกูจะลาออกว่ะ"

       "อย่าทำเป็นคนดีไปหน่อยเลย จะอ้วก"

       "มึงจะอ้วกเพราะเหลืออีกสองขวดมากกว่า"

        วิเชียรกระแทกขวดเหล้าลงบนโต๊ะเสียงดัง ยกแขนเสื้อปาดปาก และชายตามองสาวเสิร์ฟคนหนึ่งที่นุ่งกระโปรงสั้นจนรู้สึกเหมือนคนตัดกำลังดูหนังโป๊อยู่

       "กูเอาจริง ๆ นะ - เหี้ยวรณ์ก็รู้แหละว่าถ้ามันออกไปดื้อ ๆ ยังงั้น ก็ต้องมีหลั่งเลือดบ้างแหละ"

       "มันอาจจะคิดไม่ถึงว่าเป็นมึงที่ต้องหลั่งเลือด"

       "มึงคิดว่ากูอ่อนขนาดนั้นเลย?"

       "มันยิงปืนแม่นที่สุดในรุ่นเรา" พิเชษฐ์ว่า เขี่ยแมลงบนโต๊ะเล่นด้วยไม้จิ้มฟัน

       "กูจะฆ่ามันยังไงมึงรู้หรอ กูจะเดินเข้าไปแล้วขอแม่งดวลปืนรึไง สมองหมี"

       "ด่ากูเข้าไปดิ"

       ไม้จิ้มฟันกระแทกลงบนโต๊ะ มดดำตัวเล็กขาดครึ่งเป็นสองท่อน ชายหนุ่มผู้ฆาตกรรมมดลุกขึ้นยืน ยกขวดเหล้าส่วนของตนขึ้นโบก ก่อนเอ่ยคำลา

       "กูไม่ได้คิดว่ามึงยิงมันแล้วมันจะไม่ตายหรอก แต่มึงคิดหน่อยก็ดีนะ ว่าถ้ามึงยิงมัน" พิเชษฐ์ดึงปืนในกางเกงให้สูงขึ้น "แล้วมันยิงกลับมาหามึงมั้ย"

       "จะว่ากูยิงคนไม่มีทางสู้งั้นดิ"

       "ขอกูเดินออกไปเท่ ๆ แบบไม่ต้องคุยกะมึงต่ออีกสองบรรทัดได้มั้ย ห่า อีกเดี๋ยวกูก็ตายแล้ว ยังจะมาขัดมุขกูอีก"

******************************

        อำนาจคือทุกอย่าง 

        วิเชียรเคยคิดยังงั้น

        "ฮัลโหล"

        "มึงจะมาเก็บกูวันไหน"

        แต่วันนี้ชีวิตสำคัญยิ่งไปกว่านั้น

        "กูถามมึงจะดีกว่า มึงจะไปเก็บ 'มัน' วันไหน"

        "เอาเป็นวันนี้เลยละกัน กูจะลองปืนใหม่"

        นิวรณ์ไม่เคยมาสาย

 

        ห้านัดของมือปืนอันดับหนึ่งจบลงที่ยามเฝ้่าหน้าบริษัทสองคน อีกสามนัดของวิเชียรเข้าหน้าอกเลขาหนุ่มที่เพิ่งเข้าทำงานได้เดือนกว่า ๆ และอีกหลายสิบนัดถูกประเคนให้กับมือขวาและมือซ้ายคนโปรดของเสี่ย ซึ่งตอนนี้กำลังล้มลุกคลุกคลานหนีโลหะเหล็กสีดำเงินดุร้ายที่พรากชีวิตมนุษย์ไปหลายสิบชีวิตภายในเวลาไม่ถึงห้านาที

        นิวรณ์ยิ้มมุมปาก ปากกระบอกที่ตอนนี้ร้อนจนเกิดควันกรุ่นจี้ลงบนท่อนขาของเจ้าพ่อใหญ่อสังหาริมทรัพย์ที่ทุจริตได้ทุกรูปแบบตอนที่ทุกคนยังอยู่ในบังคับบัญชา เฮียร้องเหมือนหมูถูกเชือด น้ำตาไหลปริ่มสองข้าง

        "มีอะไรจะสั่งเสียมั้ย"

        "กูว่ายิงแม่งเลยเหอะวรณ์ คนอย่างแม่ง ยิ่งอยู่ยิ่งโสโครกโลก ไม่ต้องให้มันพูดเหี้ยไรหรอก"

        "จำได้ว่ากูให้ิวิเชียรมาบอกแล้วนี่ อันที่จริงมือแม่นปืนอย่างกูนี่กฎออกต้องตายยังเป็นข้อยกเว้นไม่ได้มึงก็น่าจะตายข้อหาอยากลองของกะกูไปให้รู้แล้วรู้รอดเนอะ"

        "มะ...มันไม่ได้บอกกู... กูไม่รู้ว่ามึงอยากจะออก... กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามึงฝากไอ้วิเชียรมา... กูแค่ให้มันไปดูมึงเฉย ๆ ว่าเป็นยังไงมั่ง แค่นั้น..."

 

        เสียงปืนดังลั่น และหน้าของเสี่ยแบะออกด้วยแรงอัดของปืนดัดแปลงพิเศษของวิเชียร เลือดไหลพุ่งทะลัก แต่ยังไม่น่ากลัวเท่ากับเสียงตะโกนของพิเชษฐ์

         "ไอ้เหี้ยวิช มึงหลอกกู!!! ไอ้เย็..."

 

        พูดไม่ทันจบประโยค ก็เกิดเสียงลั่นไก และร่างของวิเชียรก็ล้มลงกลิ้งกับพื้น ส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น นิวรณ์สะบัดหน้าไปที่ประตู แต่ก็ไวไม่พออีกฝ่ายที่ยิงเข้าใส่ต้นขาขวาไปโดยไม่รู้ตัว สันหลังเจ็บวูบ ชายหนุ่มล้มกลิ้งอยู่บนพื้น ตะเกียกตะกายมองหาผู้มาเยือน

         "ขอบใจที่ช่วยกูหารหัสเซฟจากไอ้อ้วนนี่ด้วยละกัน"

 

         "มึง..."

         รอยยิ้มของพิเชษฐ์ดูไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน ร่างสูงเดินมาพร้อมกับถุงดำขนาดใหญ่ เก็บปืนของทั้งสองไปและเริ่มต้นกวาดเงินในตู้ วินาทีเจ็บปวดของวิเชียรกับนิวรณ์ดูจะยาวนานไม่จบสิ้น  จนในที่สุด เสียงหวอของรถพยาบาลก็แสดงตนเป็นสัญญาณถอยทัพ พิเชษฐ์หัวเราะเบา ๆ

         "มากันแล้ว นอนสงบสติกันที่โรงพยาบาลก่อนก็แล้วกัน" พิเชษฐ์กระชับเข็มขัดรอกของตน มัดเชือกไว้กับเสากลาง "เฮ้ย แล้วไปกินเหล้าด้วยกันอีกก็แล้วกัน ถ้ากูไม่ได้ยิงโดนตับพวกมึงนะ"

 

         ร่างของเพื่อนรักคนที่สามหายไปพร้อมกับเสียงหัวเราะน่ากระทืบของมัน

 

          รอบตัวเริ่มลางเลือน สิ่งสุดท้ายที่วิเชียรเห็นคือร่างของนิวรณ์ที่นอนคุดคู้พร้อมสายเลือด และหน่วยแพทย์ชุดขาวที่รีบรุดเข้ามาในห้อง

          และซองเงินสีขาวปึกใหญ่สองซองที่จ่าหน้าถึงเขา

 

          ที่พิเชษฐ์ทิ้งไว้ให้เป็นค่ารักษา

 

 

 

 

 

 

 

"ชีวิตมึงยังอีกยาว อยู่ให้กูหลอกใช้ก่อนละกัน" 

 

2Night - ตะกั่ว

posted on 19 Jul 2008 22:59 by brownfrog  in 2NighT

     เสียงลมหายใจหอบกระเส่า

คนสองคนอยู่บนสะพาน

 

ทั้งสองคนมีปืน

     "ยาอยู่ไหน"

     "มึงมายุ่งอะไรกับของกู"

     "ของมึงกับผี - ส่งมาไม่งั้นกูยิง"

     "มึงกล้าหรอวะ"

      เกิดเพียงเสียงรถยนต์ด้านล่าง และสายฝนที่กรีดกระทบร่าง สองคนยืนนิ่ง มือเล็งประทับด้านหน้า เป้าหมายคือศีรษะฝ่ายตรงข้าม

      นิวรณ์เอ่ยเสียงเย็นชา ไม่มีวี่แววของเพื่อนฝูงที่เคยแสดงออกมาเมื่อสามสิบสองนาทีที่แล้วเลย

      "ยากู - มึงอย่าโกง"

      "โกงห่าอะไร กูโทรไปบอกมึงแล้วไงว่าราคาของมันขึ้น มึงแหละเอาเงินมาให้กูไม่ครบ"

      "โทรหากูไม่ติด คิดเอาเองว่ากูรู้แล้ว มึงเลยริบที่เหลือไว้แดกเองงั้นดิ"

      "กูจะแดกเองหาพ่อง ของซื้อของขาย" เสียงพิเชษฐ์ดังลั่นกลบเสียงรถยนต์ที่ส่งเสียงคำรามเหมือนหมาบ้า "มึงอย่าพูดเหมือนกูเป็นตัวเหี้ยหน่อยเลย"

      "ปากมึงหาเรื่องโดนยิงจริง ๆ ว่ะ" นิวรณ์เอ่ยเสียงหนัก กระชับปืนในอุ้งให้แน่นขึ้นจนเกิดเสียงโลหะกระทบกัน

      ผงสีขาวละเอียดในถุงทำท่าจะเปียกฝน พิเชษฐ์ซุกมันไว้ในกระเป๋ากางเกง มือที่เพิ่งว่างถูกยกขึ้นประกบด้ามปืน

      "มึงยิงกูตอนนี้ มึงจะหนีรอดได้ไง สมองมึงเคยใช้คิดมั้ย"

      "มึงเชิดยากูไปตอนนี้ คิดหรอว่าจะรอดจนกลับไปหาบอสมึงได้"

      นิวรณ์กลอกลูกตาไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับพิเชษฐ์ และพบว่าอีกฝ่ายกำลังทำเช่นเดียวกัน

      "กลัวตำรวจมากเลยดิมึง"

      "แก๊งกูทำมึงตัวสั่นเลยดิ"

      เหงื่อไหลเข้าตาพร้อมกับหยดน้ำ นิวรณ์ปัดมันออกด้วยมือซ้าย พอดีกับที่พิเชษฐ์เหนี่ยวไก ชายหนุ่มเสียหลักทิ้งตัวลงกับพื้น และพบกับร่างสูงที่กำลังออกวิ่งสุดกำลังไปด้านหลัง

      "บัดซบ"

      ยิงมั่วใส่สองสามนัด ประกายไฟวาบขึ้นตรงราวจับข้าง ๆ เป้าหมาย นิวรณ์ลุกขึ้นวิ่งตาม มือข้างหนึ่งกดบาดแผลที่หัวไหล่ซ้ายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยโลหิต

     พิเชษฐ์ชะงักนิดหน่อยเมื่อร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากหลังคาใต้ป้ายรถเมล์เบื้องล่าง

      เสียงปืนดังขึ้นสองนัด ร่างของผู้หลบหนีไร้การควบคุม กลิ้งตกลงมาด้านล่างราวกับตุ๊กตาหุ่นเชิดที่ถูกตัดสาย ดวงตาสองข้างเบิ่งค้าง เลือดสีแดงไหลรดพื้นทางเดินผู้มาใหม่ยิ้มมุมปากและเดินมาเหนือร่างของเขา

      "เหี้ยวิเชียร..."

      กำลังที่เหลือสามารถพูดได้เพียงแค่นั้น ริมฝีปากเป็นสีแดงด้วยเลือดที่ไหลเลอะเกรอะกรัง วิเชียรลดตัวลงนั่งยอง ๆ และจ่อปืนเข้าขมับอีกฝ่าย เอ่ยเสียงสูง

      "ยามึงอยู่ไหน"

      เกิดเสียงเหมือนเนื้อบดตกลงพื้น เลือดกระเด็นเข้าตาของวิเชียร พิเชษฐ์กรีดร้องแทบไม่เป็นภาษามนุษย์ ของเหลวสีแดงหลั่งไหลออกจากหัวเ่ข่าข้างซ้าย อีกร่างหนึ่งเดินลงบันไดมาอย่างเชื่องช้า ปืนสีขาวสว่างส่องแสงเข้าตาวิเชียร

      "ไงมึง นาน ๆ จะเจอกันครบซักทีนะพวกเรา"

      "ต้องเลี้ยงเหล้ามั้ย" น้ำเสียงไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ขัน ปืนที่เคยจ่อขมับคนหนึ่งเลื่อนไปยังหน้าผากของอีกคน เสียงหัวเราะเบา ๆ ของพิเชษฐ์ทำให้ดวงตาสองคู่ต้องละไปมอง

      ".ไ...อ้..พ...ว.ก..เ.ชี่..ย..."

      "หมดเรื่องสั่งเสียแล้วใช่มั้ย" เสียงนิวรณ์ดังขึ้นจากด้านบน "กูแนะนำนะ มึงอยู่เงียบ ๆ ไปเหอะ เดี๋ยวได้ตายก่อนเวลา"

      "เหลือน้อยแล้วด้วย เวลามึงอ่ะ" วิเชียรเอ่ยสำทับ ก่อนจะกวาดตามองโดยรอบ "ห่า มึงชอบฉายเดี่ยวอยู่เรื่อยเลยนะวอน ลูกน้งลูกน้องน่ะหัดพามาซะบ้าง เดี๋ยวซักวันมันจะไม่จบแค่ไหล่"

      "กูก็หวังว่ามันจะเป็นวันนี้แหละ" นิวรณ์ประชดเสียงใส "กูยิงปืนแม่นสุดในรุ่น มึงจะลองมั้ยละ"

      "ปืนกูแรงกว่าเยอะ นัดเดียวมึงโหว่เห็นพื้นสะพาน"

      "ยากูแรงสุด"

      "จะตายห่ายังจะเล่นมุขอีกนะ มึงนี่ไม่เคยเปลี่ยน" วิเชียรเอ่ยเสียงดัง เท้าขวาเหยียบลงบนใบหน้าของคนข้างล่าง

      "มึงจะแบ่งกับกูมั้ย คนละครึ่ง" นิวรณ์เข้าประเด็น "ยิงไอ้ห่านี่แล้วโยนแม่งให้รถบี้พ้น ๆ ตาไป"

      "ขึ้นอยู่กับว่ามึงจะแบ่งกู - ครึ่งนึง - จริง ๆ รึเปล่า" วิเชียรเน้นคำ ดวงตามองไปยังกระเป๋ากางเกงคนบนสะพาน

       เสียงหัวเราะสั้่น ๆ จากคนด้านบน

       "งั้นมึงต้องยิงกูแล้วล่ะ"

       "จัดไป"

       เสียงปืนดังขึ้น

       นัดแรกสิ้นเสียง คนบนสะพานทรุดลงคุกเข่า มือขวาคว้าราวบันไดไว้ได้ เลือดไหลทะลักจากหน้าอกซ้าย

       และนัดที่สองทำให้คนข้างล่างล้มลง กระสุนทะลุกะโหลกจากปลายคาง ร่างไร้วิญญาณของวิเชียรทิ้งดิ่งลงพื้นอย่างไม่สนใจแอ่งน้ำเบื้องหน้า ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะบาดแผลของคนที่นอนอยู่ก่อนแล้ว

       "ไอ้...เหี้ย...พิช"

       "วอน มึงยิงแม่นสุดจริง ๆ กูยอมรับ" พิเชษฐ์เอ่ย "แต่ทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงไม่กล้ายิงวิด"

       "มึงก็เลยยิงมัน แทนที่จะยิงกูงั้นสิ"

       นิวรณ์สำลักเป็นโลหิตเข้ม

       "เปล่า มึงพูดผิดไปนิดนึง"

       ปืนสีดำเลื่อนจากข้างกายไปยังเป้าหมาย

       "กูรักเพื่อนกูเท่า ๆ กันว่ะ"

       กระสุนนัดสุดท้ายดังลั่น และหัวใจสามดวงหยุดเต้น

สอนตาสีตาสาหน่อย

posted on 28 May 2008 22:57 by brownfrog  in 2NighT

คืองี้ครับทุกคน

 

เป็นอันรู้กันนะครับว่าโปรแกรม Microsoft word ที่ท่าน ๆ ทั้งหลายใช้พิมพ์งานส่งอาจารย์หามรุ่งหามค่ำกันอยู่เนี่ย มันได้คลอดเวอร์ชั่นใหม่ออกมาเรียบร้อยแล้ว ด้วยเลขซีรี่ส์ใหม่ 2007 นั่นเอง ซึ่งเชื่อว่าคงไปหาแผ่นเถื่อนกันที่สถานบันเทิงใกล้บ้านมานั่งใช้กันแล้ว

 

อูว วันนี้เหมือนจะมาโฆษณาโปรแกรม แต่เปล่าครับ มาเผา!

เผาระบบการเซฟงานใหม่ที่ทำเอาผมปวดหัวแทบบ้า!!!

 

"เฮ้ย ทำไมเครื่องมึงเปิดไม่ได้วะ อยู่บ้านเครื่องกูยังเปิดได้อยู่เลย"

"สาด บ้านมึงไม่มีเวิร์ดหรอวะ ทำไมอ่อนด้อยงี้"

แล้วก็อีกหลายคำปรารภสบประมาทที่ผมได้จากเพื่อน (เพราะเคยได้แชมป์ "จ้าวคอมห้องคิง" มาก่อน) ทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งอันที่จริงแล้วความจริงมันเป็นอย่างนี้เว้ยครับ

Word รุ่น 97-2003 เซฟเป็นไฟล์ .doc และไม่สามารถเปิดไฟล์ .docx ได้

Word รุ่น 2007 เซฟเป็นไฟล์ .docx และสามารถเปิดได้ทุกไฟล์ที่ 97 - 2003 เคยมีมา

 

เออ แล้วมันต่างกันตรงไหนนะ

 

ก็ 97-2003 มันเปิดไฟล์ .docx ไม่ได้สิครับ

เพราะไอ้เจ้าไฟล์ .docx เนี่ยมันเพิ่งมาเริ่มใช้ตอน Word 2007 นี่เองครับ ทำให้โปรแกรมเก่า ๆ ที่ผ่านมาอ่านมันไม่ออก แล้วนอกจากนั้นตัวโปรแกรมยังทำค่ามาตรฐานการเซฟของ Word 2007 เป็น .docx ซะด้วย กะว่าให้ตาสีตาสาเราทำหน้าเอ๋อว่าทำไมอ่านไม่ได้ ถามเพื่อนไปมาจนต้องแห่กันไปซื้อ 2007 กันเลยทีเดียว

ถามว่าแก้ยังไง โคตรง่ายเลยครับ

 

ตอนเราจะเซฟงานนะ เราก็แค่ไปที่

File > Save As... > Word 97 - 2003 Document (.doc)

 

เท่านั้นเองเฟ้ย

(การเซฟแบบนี้ในบางครั้งจะทำให้ Word สูญเสียความสามารถบางอย่างที่ 2007 มันมี แต่รุ่นเก่า ๆ ไม่มี (ซึ่งไอ้สิ่งเหล่านั้นมันก็น้อยมาก ๆ ขนาดที่ตูยังหาไม่เจอ)ซึ่งมันก็จะขึ้นเตือนอยู่ดีแหละว่าอะไรจะหายไปบ้าง ไม่ต้องห่วง)

 

แค่นี้ก็ร่มเย็นแล้ว

 

ป.ล. ผมเขียนโพสต์นี้เพื่อเป็นลิงก์ลากเพื่อน ๆ น้อง ๆ ผู้โชคร้ายให้มานั่งอ่านมุขแป้ก ๆ เพื่อหาวิธีแก้ไขอาการผิดปกติมนุษย์ที่พวกเขาเป็น (โรคDocx) ซึ่งก็นะ แก้ง่ายจะตาย

 

ป.อ. ผมเขียนบทความนี้มาสองครั้งแล้ว เพราะผมใช้เวลาเขียนมากเกินไปจนมัน Sign Out เอง

ป.ฮ. ยังดีที่เอ็กซ์ทีนมีระบบเซฟงานกันร้องไห้ ช่วยได้ครึ่งนึงแหนะ ขอบคุณพี่เว็บมาสเตอร์สุด ๆ TT_TT

 

ป.ป.ช. อันนี้ผมเป็นมานานแล้วนะครับ

 

คือไอ้การ sign out เองอ่ะ มันเกิดจากการที่ผมเขียนอะไรค้างไว้ (ในหน้า Edit entry) เป็นชั่วโมง ๆ แล้วกลับมาเขียนต่อ เหมือนกับว่าระบบมันนึกว่าผมออกไปแล้วน่ะ เลยต้อง sign in ใหม่ อันนี้ผมไม่รู้ต้องไปปรับอะไรรึเปล่านะเดี๋ยวไปจิ้ม ๆ ดู

เอ้อ ใส่แท็กให้บทความนี้แล้วนะครับ เผื่อจะหากันง่าย ๆ ขึ้น

edit @ 1 Jun 2008 18:04:56 by ก

edit @ 1 Jun 2008 18:08:03 by ก