โม้ฆ่าเวลา

posted on 09 Feb 2009 13:41 by brownfrog in 4nYM0rE

 ได้ยินมาจากเอ็นทรี่ที่แล้วว่ากำลังมีโปรเจคต์ใหม่

อืม ชื่อ "บนโลกใบนี้ที่ไม่มีฉัน"

 

 แค่ชื่อก็เหงาแล้ว ไหนลองเล่าเรื่องย่อมาแบบสั้นๆ หน่อย

เป็นรวมเรื่องสั้นในหัวข้อ "บนโลกใบนี้ที่ไม่มีฉัน"

 

 รวมเรื่องสั้น? ใครจะอ่านวะเนี่ย?

ก็ลองดู เรื่องยาวเขียนยาก เหนื่อย ขี้เกียจด้วย

บางทีอารมณ์มันเป็นแบบ ผุดขึ้นมาเป็นช่วงๆ นึกอะไรดีๆ ออกก็เขียนไป ตอนนั้นรู้สึกไงก็เขียนไปแบบนั้น แล้วก็ต้องจบตอนให้ได้ภายในวันสองวันเลย  แล้วค่อยมานั่งคัดแก้ทีหลัง คือถือว่าอารมณ์และหลักจิตวิทยาของตัวละครในเรื่องนี่เป็นหลัก เขียนยังไงก็ได้แต่ให้คนอ่านเข้าใจการกระทำของมันเป็นพอ

 

 แค่ฟังก็เข้าใจยากแล้ว อ่านจริงๆ จะเป็นไงเนี่ย

มันเป็นแค่เรื่องราวความรักที่เคยได้ยินหรือไปเจอมากับตัว เอามาเขียนเป็นตัวหนังสือ ส่วนมากเรื่องจริงพวกนี้ยังไม่มีตอนจบเลยเขียนเอาง่ายๆ เข้าไว้

เรื่องอ่านยากไม่ยาก ขึ้นอยู่กับคนอ่าน ถ้าอ่านผ่่านๆ เอาอารมณ์เกาหลีเอาอารมณ์แจ่มใสมันจะไม่มีวันรู้เรื่อง เขียนมา เรื่องหลักไม่ใช่อารมณ์รักกุ๊งกิ๊ง แต่คืออยากให้อ่านแล้วคิด อยากให้อ่านแล้ว 'เข้าใจ' สิ่งที่จะบอก คิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นแน่ ไม่เกิดกับเพื่อนก็เกิดกับเรา

 

 พูดซะดิบดี ตัวเองเขียนไม่รู้เรื่องเองมากกว่า

อาจจะมีบางช่วงที่ง่วงๆ ไปบ้าง แต่สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าถ้างานชุ่ยจะไม่ปล่อยลงเด็ดขาด เพราะงั้นถ้าตั้งใจอ่านแล้วยังไม่เก็ต ก็ถือซะว่างานมันเป็นขยะวรรณกรรมแล้วกัน

 

 เขียนมาให้คนอ่านแล้วไม่แคร์คนอ่านเนี่ยยังไงกันวะ

     ก็ไม่ใช่ไม่แคร์ แต่ไม่ใช่รีบเขียนรีบลงปั๊ม view

     ทุกงานก่อนผ่านมันต้องตรวจอยู่แล้ว ช่วงนี้อาจจะติดงานหนังสั้นหรือหนังแนวมืดๆ ของไทย เลยอาจจะอ่านยากไปสักนิดหนึ่ง บวกกับอยากให้ใช้สมองด้วย ไม่ใช่ต้องมานั่งอธิืบายให้เห็นทุกการกระทำทุกสถานที่ มหาลัยมันมีตึกสีขาวสะอาดเรียงรายนะ แสงอาทิตย์ยามอัสดงทอประกายสว่างส่องให้ทุกชีวิตเร่งรีบกลับบ้านนะ คือเขียนจนเบื่อแล้ว อยากได้คำง่ายๆ ที่อ่านแล้วเข้าใจบ้าง

 

พระนางหน้าตาเป็นไงเนี่ยเผื่อเรียกคะแนนคนอ่าน

ไม่มีหน้าว่ะ ยังไม่เคยคิดหน้าพระเอกเลย

 

 ได้ไงวะ เดี๋ยวนี้นิยายไม่มีภาพเนี่ยมีที่ไหน

     ก็สวนกระแสนิดหน่อย อยากพูดนิดหนึ่ง คือไอ้การเขียนในแบบที่มีอยู่แล้วมากมายเนี่ย ก็ไม่ต่างอะไรกับที่คุณทรงศีล ทิวสมบุญพูดไว้ว่า "มันก็เหมือนกับการไปต่อแถวที่มีคนรอเยอะมากๆ" เขียนตามกระแสมันดังได้มั้ย - ได้ อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่การเขียนเพื่อให้ตลาดยอมรับจนไม่ใช่ตัวของตัวเองเนี่ยแหละที่ยอมรับไม่ได้ อยากอ่านงานแจ่มใสก็ไปอ่านแจ่มใส อยากอ่านงาน top 10 ของเด็กดีก็เข้าไปเด็กดี งานพวกนั้นมันมีเยอะแล้ว เกร่อไปหมด เขียนไปไม่มีความสุขเนี่ยเรื่องใหญ่ที่สุดของนักเขียนล่ะ

     งานนี้เลยเป็นการสร้าง"แถว"ขึ้นใหม่ ซึ่งการสร้างแถวใหม่ขึ้นมามันก็เหมือนกับการเสี่ยงว่าจะล่มไม่ล่ม แต่การเสี่ยงที่ไม่เสียเงินเสียทองมันก็น่าลองไม่ใช่หรอ

 

เอ้า เอาไงก็เอา แล้วสรุปว่าจะออกมาให้ลองอ่านกันเมื่อไหร่เนี่ย ฝอยซะฟุ้งตัวงานไม่มา

     เร็วๆ นี้แหละ ไม่อยากเร่งตัวเอง เพราะไม่รู้จะเร่งมาให้ใครอ่าน ถ้าอ่านตอนแรกแล้วไม่ประทับใจก็จบ งั้นก็เลยต้องทำออกมาให้ดีที่สุดทุกๆ ตอน

 

 

อยากจะฝากอะไรให้คนที่หลงเข้ามาอ่านบ้างมั้ย

     ฝากไว้หน่อยว่าอ่านไปอย่าใช้แต่สมองนะ ใช้วิจารณญานด้วย ไม่ใช่เรื่องสำหรับเด็กแปดขวบแน่นอน

 

 

 

 

ขอบคุณ และไม่ต้องอ่านก็ได้นะครับ บอกตอนนี้จะทันมั้ยเนี่ย 555+

Comment

Comment:

Tweet

อืม...

พี่ต้องลงทุนไปหาประสบการณ์อีกรึเปล่าเนี่ย

wink

คงไม่ต้องถึงขั้นเอาเด็กออทิสติกมาเขียนนะ

แอบหวาดกลัวเล็กน้อย

sad smile

#2 By zkwangza (124.121.213.15) on 2009-02-21 09:28

บรรทัดสุดท้ายอะไม่ทันแล้ว

แล้วจะลงที่ไหนเนี่ยสรุป

#1 By แมวน้ำ (124.120.3.213) on 2009-02-20 13:37