30 - ฝันทั้งตื่น
posted on 03 Aug 2006 21:41 by brownfrog in 3xpeRieNcE
เคยขอพรอะไรกันบ้างมั้ยครับ
สมัยเด็ก ๆ ตั้งแต่ยังจำความได้ ผมมักจะยกมือไหว้พระปฐมเจดีย์แห่งนครปฐมที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางกำแพงสี่ด้านอันสวยงามของอำเภอเมือง
โอย ขอให้ลูกช้าง (สงสัยมาตลอดว่าทำไมต้องเป็นลูกช้าง แต่คงเพราะสมัยนั้นผมลงพุงมาก ๆ เลยพอจะให้เหตุผลได้) มีคนมาชอบซักทีเถอะนะ
โอย ขอให้ลูกช้างเรียนเก่ง ๆ จนได้ที่หนึ่งด้วยเถอะ
โอย ขอให้ลูกช้างมีแฟนกะเค้าบ้างเหอะ
จำความได้เลยว่าห้าปีที่ขอมา ไม่มีฝันข้อใดเป็นจริงเลยซักอย่าง...
แต่ผมก็ยังยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาต่อไปตามอารมณ์นัวร์ ๆ (เคยบอกไปครั้งหนึ่งว่านัวร์คืออาการมึน ๆ เมา ๆ และดำมืด - แต่เพื่อนสุดที่รักของผมเถียงหน้าแดงเลยว่ามาจากนัวเนีย) แบบเดียวกับที่แม่ค้าไหว้หมูห้าขาขอเลขเด็ดสลากกิน(ไม่)แบ่งของรัฐบาล
เลยคิดได้ว่าบางทีมันอาจเป็นสาเหตุของการกราบไหว้เหล่านั้น
ถามว่าทำแบบนั้นแล้วได้อะไร มันจะทำให้ฝันที่เราต้องการเป็นจริงรึเปล่า
ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว...ไม่ - แต่สมัยนี้ก็มีบางอย่างที่ทำให้ผิดหวังในวิทยาศาสตร์บ่อยครั้งอยู่เหมือนกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ได้คือจิตใจ
แต่จิตใจได้ไปแล้วทำไม
ใจของคนธรรมดาอย่างผมยังเข้มแข็งไม่พอ กับการทำบางสิ่งที่ดูจะไร้จุดหมาย
(ถ้าไม่เชื่อ ลองพยายามตื่นตีสี่เพื่อจะไปนั่งทำการบ้านที่โรงเรียนดู)
หากการไหว้พระทำให้จิตใจเข้มแข็ง - ผมคงจะรวยล้นฟ้าไปแล้ว
วินาทีนั้น ผมตัดสินใจเลิกไหว้พระอย่างเดียว แล้วลองทำสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำดูบ้าง
อ่านหนังสือดูสิวะ ไม่เคยตั้งใจอ่านเลยนี่แก... ไหนแกลองยับยั้งชั่งใจเวลาพูดบ้าง... เล่นกีฬาอะไรบ้างสิวะ...
ห้าปีที่พยายามดู - ตั้งเค้าดูท่าว่าจะสำเร็จ
ด้วยการอ่านหนังสือแบบตั้งใจ (เน้นว่าตั้งใจ ไม่ใช่หามรุ่งหามค่ำ) ทำให้คะแนนของผมออกมาในระดับน่าพอใจ (เข้าขั้นท็อปในบางวิชา) และด้วยการเล่นกีฬา (ที่เป็นสิ่งหนึ่งในโลกที่ผมมั่นใจว่าทำได้ไม่ดีไปกว่ากระรอกเท่าไหร่) สารพัดชนิดทำให้หุ่นลดลงได้บ้าง - ที่สำคัญการเสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมนั้นทำให้เริ่มมีคนชื่นชอบผมอยู่บ้าง
โลกทั้งใบดูจะแคบกว่าที่เคย
แต่พลันทันใดนั้น ทุกอย่างก็พลันกลับกลายไปในทิศทางตรงกันข้าม
รุ่นน้องมันตื้อผมง่ะ
อันนี้ไม่ได้จะอวดอะไรเลย แต่มีอยู่ประมาณสี่ห้าคน - แล้วทำให้ผมปวดหัวมาก ๆ กับเสียงวี้ดว้ายของพวกหล่อนที่เสียดแทงโสตประสาทได้ทุกขั้ว - กับการกวนโทรตามตื้อไม่หยุดไม่หย่อน ที่ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่าการยอมพูดด้วยตามปกติโดยเก็บความอึดอัดใจข้างในไว้
ใครที่ไม่เคยมีประสบการณ์แบบผมมาก่อนคงจะคิดแบบเดียวกันว่า "ไอ้เหี้ยนี่โคตรโง่เลย มีสาวมาให้เลือกตั้งหลายคน ดันไม่เอามันซะทุกคน เกย์รึไง"
สำหรับใครที่เคยเจอมาแล้ว คงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เพราะความจริงสิ่งที่เราคิดกับสิ่งที่เป็นจริง ๆ มันต่างกันอย่างกับหน้ามือเป็นหลังเท้า
สอบได้ที่หนึ่งก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก - การได้ที่หนึ่งนั้นความจริงโหดร้ายกว่าที่ผมคิดไว้นัก - เพราะเมื่อได้ที่หนึ่งครั้งแรกแล้ว ความกระหายอยากได้ที่หนึ่งอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งนั้นก็ย่อมตามมา - และถ้าทำไม่ได้ตามเป้า ความรู้สึกแย่และเศร้าก็จะคลุมไปทั่วร่างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะทุกครั้งที่คะแนนสูงขึ้น มันย่อมต้องสูงขึ้น ๆ เรื่อยไป และนั่นทำให้พ่อกับแม่ผมปวดกบาลได้ทุกวัน (ก็คะแนนสอบมันตกลงทุกปี)
ดังนั้นผมเลยตัดสินใจดำเนินชีวิตตามปกติของมัน - เล่นบาสตามเวลาเพื่อความสนุกสนานและร่างกายที่แข็งแรง เรียนบ้างไม่เรียนบ้างประชดห้องคิงที่ได้อยู่
ที่สำคัญคือทรมาณเพราะความรักจนไม่คิดจะมีมันอีกแล้ว
ผมรู้สึกพอใจในตัวเอง ผมอาจตัวไม่สูง อาจไม่ผอมแข็งเรงเหมือนเพื่อนบางคนที่ถึกเป็นหมีควาย
ผมรู้สึก "พอเพียง"
-----------
03/08/49
กลับมาเพราะตะกอนในหัวครับ
(และคงจะหายไปใหม่อีกแหละ)
สมัยเด็ก ๆ ตั้งแต่ยังจำความได้ ผมมักจะยกมือไหว้พระปฐมเจดีย์แห่งนครปฐมที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางกำแพงสี่ด้านอันสวยงามของอำเภอเมือง
โอย ขอให้ลูกช้าง (สงสัยมาตลอดว่าทำไมต้องเป็นลูกช้าง แต่คงเพราะสมัยนั้นผมลงพุงมาก ๆ เลยพอจะให้เหตุผลได้) มีคนมาชอบซักทีเถอะนะ
โอย ขอให้ลูกช้างเรียนเก่ง ๆ จนได้ที่หนึ่งด้วยเถอะ
โอย ขอให้ลูกช้างมีแฟนกะเค้าบ้างเหอะ
จำความได้เลยว่าห้าปีที่ขอมา ไม่มีฝันข้อใดเป็นจริงเลยซักอย่าง...
แต่ผมก็ยังยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาต่อไปตามอารมณ์นัวร์ ๆ (เคยบอกไปครั้งหนึ่งว่านัวร์คืออาการมึน ๆ เมา ๆ และดำมืด - แต่เพื่อนสุดที่รักของผมเถียงหน้าแดงเลยว่ามาจากนัวเนีย) แบบเดียวกับที่แม่ค้าไหว้หมูห้าขาขอเลขเด็ดสลากกิน(ไม่)แบ่งของรัฐบาล
เลยคิดได้ว่าบางทีมันอาจเป็นสาเหตุของการกราบไหว้เหล่านั้น
ถามว่าทำแบบนั้นแล้วได้อะไร มันจะทำให้ฝันที่เราต้องการเป็นจริงรึเปล่า
ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว...ไม่ - แต่สมัยนี้ก็มีบางอย่างที่ทำให้ผิดหวังในวิทยาศาสตร์บ่อยครั้งอยู่เหมือนกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ได้คือจิตใจ
แต่จิตใจได้ไปแล้วทำไม
ใจของคนธรรมดาอย่างผมยังเข้มแข็งไม่พอ กับการทำบางสิ่งที่ดูจะไร้จุดหมาย
(ถ้าไม่เชื่อ ลองพยายามตื่นตีสี่เพื่อจะไปนั่งทำการบ้านที่โรงเรียนดู)
หากการไหว้พระทำให้จิตใจเข้มแข็ง - ผมคงจะรวยล้นฟ้าไปแล้ว
วินาทีนั้น ผมตัดสินใจเลิกไหว้พระอย่างเดียว แล้วลองทำสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำดูบ้าง
อ่านหนังสือดูสิวะ ไม่เคยตั้งใจอ่านเลยนี่แก... ไหนแกลองยับยั้งชั่งใจเวลาพูดบ้าง... เล่นกีฬาอะไรบ้างสิวะ...
ห้าปีที่พยายามดู - ตั้งเค้าดูท่าว่าจะสำเร็จ
ด้วยการอ่านหนังสือแบบตั้งใจ (เน้นว่าตั้งใจ ไม่ใช่หามรุ่งหามค่ำ) ทำให้คะแนนของผมออกมาในระดับน่าพอใจ (เข้าขั้นท็อปในบางวิชา) และด้วยการเล่นกีฬา (ที่เป็นสิ่งหนึ่งในโลกที่ผมมั่นใจว่าทำได้ไม่ดีไปกว่ากระรอกเท่าไหร่) สารพัดชนิดทำให้หุ่นลดลงได้บ้าง - ที่สำคัญการเสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมนั้นทำให้เริ่มมีคนชื่นชอบผมอยู่บ้าง
โลกทั้งใบดูจะแคบกว่าที่เคย
แต่พลันทันใดนั้น ทุกอย่างก็พลันกลับกลายไปในทิศทางตรงกันข้าม
รุ่นน้องมันตื้อผมง่ะ
อันนี้ไม่ได้จะอวดอะไรเลย แต่มีอยู่ประมาณสี่ห้าคน - แล้วทำให้ผมปวดหัวมาก ๆ กับเสียงวี้ดว้ายของพวกหล่อนที่เสียดแทงโสตประสาทได้ทุกขั้ว - กับการกวนโทรตามตื้อไม่หยุดไม่หย่อน ที่ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่าการยอมพูดด้วยตามปกติโดยเก็บความอึดอัดใจข้างในไว้
ใครที่ไม่เคยมีประสบการณ์แบบผมมาก่อนคงจะคิดแบบเดียวกันว่า "ไอ้เหี้ยนี่โคตรโง่เลย มีสาวมาให้เลือกตั้งหลายคน ดันไม่เอามันซะทุกคน เกย์รึไง"
สำหรับใครที่เคยเจอมาแล้ว คงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เพราะความจริงสิ่งที่เราคิดกับสิ่งที่เป็นจริง ๆ มันต่างกันอย่างกับหน้ามือเป็นหลังเท้า
สอบได้ที่หนึ่งก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก - การได้ที่หนึ่งนั้นความจริงโหดร้ายกว่าที่ผมคิดไว้นัก - เพราะเมื่อได้ที่หนึ่งครั้งแรกแล้ว ความกระหายอยากได้ที่หนึ่งอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งนั้นก็ย่อมตามมา - และถ้าทำไม่ได้ตามเป้า ความรู้สึกแย่และเศร้าก็จะคลุมไปทั่วร่างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะทุกครั้งที่คะแนนสูงขึ้น มันย่อมต้องสูงขึ้น ๆ เรื่อยไป และนั่นทำให้พ่อกับแม่ผมปวดกบาลได้ทุกวัน (ก็คะแนนสอบมันตกลงทุกปี)
ดังนั้นผมเลยตัดสินใจดำเนินชีวิตตามปกติของมัน - เล่นบาสตามเวลาเพื่อความสนุกสนานและร่างกายที่แข็งแรง เรียนบ้างไม่เรียนบ้างประชดห้องคิงที่ได้อยู่
ที่สำคัญคือทรมาณเพราะความรักจนไม่คิดจะมีมันอีกแล้ว
ผมรู้สึกพอใจในตัวเอง ผมอาจตัวไม่สูง อาจไม่ผอมแข็งเรงเหมือนเพื่อนบางคนที่ถึกเป็นหมีควาย
ผมรู้สึก "พอเพียง"
-----------
03/08/49
กลับมาเพราะตะกอนในหัวครับ
(และคงจะหายไปใหม่อีกแหละ)

แล้วผมล่ะ ... (คิดไปถึงที่ตัวเองทำทุกวัน ไหว้พระขอพรทุกวัน ... เรื่องเดียวกับคุณเป๊ะ )
#1 By Pussycat Boyz!!>> on 2006-08-03 21:45