เคยได้ยินคำว่าเด็กกิจกรรมกันรึเปล่าครับ

คิดว่ามันแปลว่าอะไรครับ




ผมเริ่มเป็นเด็กกิจกรรมตอนประมาณมอสอง
เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นเพราะคำว่า "ลูกเสือกองร้อยพิเศษ"
เพราะความที่ขยันฝึกมากกว่าลูกเสือคนอื่น ๆ ทำให้ผมค่อนข้างจะเป็นที่สนใจของรุ่นพี่ - และในวันหนึ่งที่พี่ตัดสินใจดึงผมไปช่วยงาน - มันเปลี่ยนชีวิตของผมไปอีกแง่มุมหนึ่ง

อันนี้ไม่ได้โม้นะเว้ย

ความแตกต่างระหว่างเด็กขวาจัด (หมายถึงเด็กที่เป็นที่รักยิ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ทำตัวตามระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว)กับเด็กกิจกรรม อยู่ที่ตรงไหน

เด็กขวาจัดจะเดินออกจากโรงเรียนภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีหลังจากกริ่งคาบสุดท้าย
เด็กกิจกรรมจะเดินออกก็ต่อเมื่อเขาปิดโรงเรียนไล่แล้วนั่นแหละ

ถามว่าเด็กกิจกรรมในความคิดของแต่ละท่านเป็นยังไง - แต่ละคนคงนึกภาพเด็กเส้นที่คุยกับอาจารย์เหมือนเพื่อนเล่น ขอคะแนนปาว ๆ ตอนสิ้นเทอม และเดินเพ่นพ่านไปทั่วในเวลาที่ควรจะนั่งเรียน

สำหรับนักเรียนกิจกรรมโรงเรียนหอวัง เหล่านั้นถือเป็นข้อห้าม

(เห็นรุ่นพี่คุยกันเรื่องเด็กกิจกรรมเวอร์ชั่นใหม่ที่เกรดต้องไม่ต่ำกว่าสาม - ถ้านโยบายนั่นผ่านคณะรัฐบาลสงสัยว่าผมคงต้องกลับไปขวาจัดเหมือนเดิม)

ถามว่าทำแล้วสนุกทุกคนไหม
ไม่
ที่ทำอยู่ชอบไหม
ชอบ

ปัญหาของรุ่นน้องทั้งหลายที่อยากจะเป็นเด็กกิจกรรม คือ "ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี"
ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกันว่ะ เพราะที่เป็นเด็กกิจกรรมมาทุกวันนี้ก็เพราะไอ้ความบังเอิญนั่นแหละ

ก็เลยบอกน้องไปว่า "ถ้าชาติต้องการ น้องคงได้เป็นเองแหละ"
โดนน้องด่าเปิง


ผมไม่รู้หรอกว่าเด็กกิจกรรมที่ไหนเป็นอย่างไร

แต่เด็กกิจกรรมหอวังกลับเป็นนักเรียนที่มีนิสัยหลากหลาย - จนบ่อยครั้งที่ผมได้บทเรียนชีวิตอันสำคัญยิ่งจากพวกเค้า

ถ้าในตอนนั้นผมยืนยันกับตัวเองว่าจะเป็นเด็กขวาจัด - บล็อกสั่ว ๆ นี่คงไม่เกิดขึ้น
ความคิดคงไม่ขวางโลกแบบในตอนนี้


บางคนอาจจะเริ่มคิดว่าไอ้กิ๊งมันอยากให้คนทั้งโลกเป็นเด็กกิจกรรมรึยังไง ถึงได้เอามาเขียนลงบล็อก - เปล่าหรอกครับ เพียงแต่ที่ผมเป็นตัวเป็นตนมาจนทุกวันนี้ สิ่งนี้ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่ง ที่สอนให้ผมได้รู้จักชีวิต - ว่าไอ้วันรับน้องที่เห็นพี่เค้ามาตะโกนบาก้า (เออ บ้ากาก็ได้) ปาว ๆ นั่น แท้จริงมันไม่ได้เรียบง่ายอย่างนั้นหรอก มันต้องจัดเก้าอี้ มันต้องผสมแป้ง มันต้องตั้งซุ้ม มันต้องยกหนังสือ มันต้องเตรียมขนม มันต้องปรับแอร์ มันต้องลองไมค์ มันต้องทำห่าเหวอะไรอีกมากมาย ไม่ใช่อยากให้ร้องก็ร้อง - ค่ายลูกเสือนี่เตรียมการเป็นเดือน ไม่ใช่เตรียมตอนเช้าได้ตอนบ่ายเหมือนอย่างที่เคยคิด - การจะเป็นนักเรียนพี่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่คิด จากที่เคยเล่นเกมหาคู่กันในค่าย จากที่เคยเดินเรียงแถวไปกินข้าวตอนกลางวัน

ถึงได้รู้ ว่ากว่าจะถึงเวลานั้น พวกเราเหนื่อยกันเพียงใด


นักเรียนพี่เลี้ยงในปีนี้ถูกสั่งห้ามเด็ดขาดจากผ.อ.คนใหม่ (นักเรียนทุกคนต้องเรียน ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วก็โดนล้างสมองด้วยวิศวะกันหมด ตายกันหมด) ทำให้เหล่าพี่เลี้ยงโวยวายซ้ำแล้วซ้ำเล่า - แต่คำตอบก็ยังเหมือนเดิม "ปีนี้ไม่มีนักเรียนพี่เลี้ยง" - ราวกับได้ยินเสียงตะโกนแช่งด่านักเรียนกิจกรรมจากตัวผ.อ.คนนี้

ห้องนักเรียนพี่เลี้ยงดูเงียบเหงากว่าที่เคยขณะที่ผมเปิดประตูเข้าไป ข้าวของในตู้วางอย่างเป็นระเบียบตามมุมห้อง พระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ห้าวางเด่นอยู่ท้ายห้อง ผมก้าวผ่านกองเชือกที่เคยคิดจะเอาออกมาม้วนเตรียมไว้สำหรับค่ายมอหนึ่งปีนี้



รู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก

ปีนี้คงไม่ได้ใส่เสื้อกั๊กเท่ ๆ ตัวนั้น แล้วเดินดุน้องตามแถวลูกเสือตอนถวายความเคารพอีก
ปีนี้คงไม่ได้แหกตาตื่นตอนตีหนึ่ง แล้วเดินถือไฟฉายกระบอกเดียวตรวจหาคนไม่ยอมนอนอีก
ปีนี้คงไม่ได้ออกไปสาธิตท่าเต้นฮาแตกกลางกลุ่มรุ่นน้องเส้นตื้นที่หน้าแถวอีก
บางที ปีหน้าก็คงไม่ได้ทำ...
บางที คงไม่ได้ทำอีกแล้ว



มันคงจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม

ผมขาดมันไม่ได้

ถ้าอาจารย์อ่านอยู่ (ถึงแม้อาจารย์จะไม่เคยรู้จักผมเลยก็เหอะ) ขอเถอะครับ เด็กกิจกรรมไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณคิดหรอก

ผมคิดถึงมันครับ



หรือบางที อาจเป็นสัญญาณใหม่ของชีวิต ที่บอกให้ผม "โตได้แล้ว"
ผมยังไม่อยากโตเลยครับ

บางทีโลกก็ดูจะแย่และบิดเบี้ยวไปเสียทุกอย่าง

แต่ซักวันมันจะดีขึ้น ผมแน่ใจ





ป.ล. ผมสงสัยเอาจริงจังเมื่อไม่นานมานี้ ว่าทำไมนักเรียนทุกคนต้องมีเป้าหมายชีวิตสูงสุดเป็นสายวิทย์คณิต ทำไมต้องวิศวะ ทำไมต้องหมอ ทำไมต้องอักษร ฯ ทำไมต้องสถาปัตย์ - มันจะล้นโลกแล้วนะเว้ย ทำไมไม่มีใครรู้สึกตัว ว่ากำลังโดนบังคับจากสังคมที่ไม่เปิดกว้าง - เอ้า ไอ้ลูกคนนี้เรียนดี ต้องไปเข้าหมอ ไอ้คนนี้เขียนรูปสวย ต้องไปถาปัด ไอ้คนนี้โง่ ฝากหลวงพี่ที่วัดไปบวช (อย่างที่พระพยอมว่า เพราะยังงี้พระเลยโง่หมด) ไอ้คนนี้เล่นกีฬาเก่ง ต้องให้ติดทีมชาติ

แล้วถ้าอย่างนี้ ผมควรจะเป็นอะไรดี

ป.อ. ทำไมผมถึงชอบทรงนักเรียนก็ไม่รู้เหมือนกัน
ไม่รู้ทำไม - แม้แต่เพื่อนขวาจัดที่สุดของผมก็ยังพยายามหาทางไว้ผมยาว ด้วยเหตุผลที่ว่า "เยิ้ม ทรงนักเรียนมันตลกนะแกรู้รึเปล่า"
ผมคิดว่าผมเริ่มจำเข้าใจเหตุผลของกฎข้อนี้มาบ้างแล้ว - ถ้าโรงเรียนนั้นนักเรียนชายไว้รากไทรกันหมดเลยจะขนาดไหน ถ้านักเรียนหญิงตัดซอยกันเป็นแถบ ๆ จะเป็นอย่างไร


ป.ฮ. นักเรียนหญิงที่อ่านบล็อกผมคิดยังไงกับทรงนักเรียนกับทรงฟู (คำอธิบายของพวกนักเรียนที่พยายามรอให้ผมยาวจนด้านข้างบานออกเป็นดอกเห็ด) หรือซอยบ้างครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณที่ส่งบลอคมาให้อ่าน เพิ่งรู้ว่า มีเด็กกิจกรรมมีความคิดอะไรดีๆ ด้วย เพราะปกติจะเป็นพวกบ้ากำลัง(เป็นผู้นำ) ไม่ก็มีงูหลายตัวอยู่บนหัว
นายยังดีที่อยู่แค่ม.4 ปีหน้า ถ้าผอ.กลับมาต้องการพี่เลี้ยงก็ยังเป็นได้ แต่พวกแพรสิ ปีนี้ก็ม.6แล้ว อดเป็นพี่เลี้ยงตอนจบ เศร้ากว่าไหม
ปล. เราก็เศร้านะ ถึงจะยังไม่เคยเป็นพี่เลี้ยง แต่เคยไปช่วยพี่นินซื้อเสื้อพี่เลี้ยง ทั้งที่ตั้งใจจะเป็นพี่เลี้ยงให้ได้ แต่โดนแม่สั่งห้าม อดไปจนตาย ชาตินี้ไม่มีวันทำเรื่องที่ต้องการสักที ...

#1 By Fai#Hw36 (58.8.120.200) on 2006-06-03 23:42

เด็กกิจกรรมคือ?
เออว่ะ ตอบไม่ได้ (แต่รู้สึกว่ายังเป็นอยู่)
เป็นเด็กกิจกรรมดีกว่าเป็นเด็กขวาจัดเยอะ เราว่า
มันทำให้เรารับผิดชอบเพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตัวอ่ะ (เด็กเรียน = ตัวเองเรียนให้ดีไป คนอื่นช่างแม่ง)
แต่เด็กกิจกรรม ต้องทำงานเป็นทีม เจอคนเยอะแยะ โดนด่าก็โดนด้วยกัน แถมยังสนุกอีกตะหาก~


ไม่รู้ว่ะ = =' ชอบเด็กกิจกรรมมากกว่า
มันเรียนรู้ชีวิตได้เยอะกว่าการเป็นเด็กขวาจัด

(โรงเรียนนานาสนับสนุนให้นักเรียนเป็นเด็กกิจกรรมว่ะ แต่เด็กกิจกรรมแม่งเรียนเก่งชิบหาย)



เรื่องทรงผม

ถ้าโรงเรียนนั้นนักเรียนชายไว้รากไทรกันหมดเลยจะขนาดไหน ถ้านักเรียนหญิงตัดซอยกันเป็นแถบ ๆ จะเป็นอย่างไร


นานาก็ซอยนิดๆว่ะ
แต่นานาว่าถ้าผมยาว ซอยแล้วมัดรวบให้เรียบร้อย ผูกโบ ก็ยังดูน่ารักนะ

จริงๆเรื่องผมเป็นไงมันก็ไม่ประหลาดเท่าไหร่หรอก

อย่าทำตัวแฮ่นก็พอ (ซอยแต่เรียร้อยหน่อยก็น่ารักนะ แต่ถ้าแฮ่นแรดถึงจะถูกระเบียบก็คือแฮ่นนั่นแหละ)

ไม่รู้ดิ อคติกะชุดนักเรียนเซเลอร์มูน กับพวกแฮ่น

ปล.เรื่องเป้าหมายชีวิตก็เหมือนกัน สงสัยอยู่ (เพราะอันที่มันแนวกว่าชาวบ้านหางานยาก+ไม่มั่นคงมั้ง เลยไม่ค่อยมีใครอยากเสี่ยง)

สรุปว่า

-เราชอบและเป็นเด็กกิจกรรม
-โรงเรียนเราสนับสนุนให้เด็กทุกคนเป็นเด็กกิจกรรม (ประเพณีเชียร์ งานสภา พวกคุณไม่ทำไม่ได้ คุณต้องทำ) แล้วมันสนุกด้วย มันสำคัญ มันเป็นความรักที่มีต่อมันด้วย (แต่ไม่รู้น้องรุ่นหลังๆจะคิดแบบนี้มั้ย กลัวอยู่)
-เด็กกิจกรรม ไม่ใช่พวกเกเร
-เด็กกิจกรรม สุดยอด!!


เด็กมัธยม
-รากไทร = ไม่ชอบ
-ผมสั้นซอยหรือยาวซอยปล่อยสยาย = ถ้าดูจากภาพลักษณ์ภายนอกก็..... แฮ่น
-ผมยาวซอยสไลด์มัดรวบ = พอน่ารักอยู่
-ผมถูกระเบียบแต่แฮ่น = แฮ่น
-ผมผิดระเบียบแต่เรียบร้อย = เรียบร้อย
-เด็กเรียบร้อยหลายคนไม่ทำผมผิดระเบียบ
-เด็กทำผมผิดระเบียบไม่ได้แฮ่นทุกคน


แค่นี้แหละ

#2 By iamnana on 2006-06-04 07:29

เราไม่ค่อยชอบนร.หญิงที่ซอยผมเยอะๆนะ
ถ้าซอยแล้วดูดีก็โอเคไป
แต่ถ้าซอยแล้ว.. แบบไม่อยากจะมอง
เราคิดว่า (จะแรดไปไหน)

ส่วนผู้ชาย เราว่าทรงนักเรียนก็ดูดีอยู่แล้วนะ
ถ้าฟังจากคำบรรยายของคำว่าทรงฟูแล้ว
เราว่ามันไม่น่าดู
แต่ถ้าซอย.. ไม่เคยเห็นอะ แต่ก็คงจะโอเค
อย่างบางคนผมหนาเงี้ย หยักศกด้วย ไปซอยมาก็คงจะดูดีมั้งนะ

อีกเรื่อง เห็นด้วยกับก๊อพ
มันไม่จำเป็นหรอกว่าเป้าหมายในชีวิตต้องเป็นวิทย์ำคณิตน่ะ
ถ้ามีคนที่เข้าใจเรา เค้าก็คงจะยอมให้เราเรียนสายอื่นได้
อย่างเรายังเข้าคำนวณเลย แล้วก็มีแต่คนถามว่าทำไมไม่เ้้ข้าวิทย์
ในเมื่อเราไม่ต้องการจะต่อแพทย์ วิศวะ ถาปัดหรือวิทยาฯ
แล้วทำไมเราต้องเข้าวิทย์
เรากะจะเข้าคำนวณเพื่อทำกิจกรรมมากกว่า
หาประสบการณ์ให้กับชีวิต.. ที่อาจจะหาไม่ได้แล้ว

..เนอะ

#3 By Peach (58.9.2.171) on 2006-06-10 21:24

ตอนนี้พยายามผลักดันตัวเองให้เป็นเด็กกิจกรรมอยู่
รู้สึก สนุกดี เวลาได้ทำอะไรๆ

เรื่องซอยผมหรอ
อย่างที่นานาบอก
มันอยู่ที่นิสัยด้วยแหละ
ซอยแล้วแรดๆ ก็ไม่ไหวๆ
ซอยแล้วทำตัวน่ารักๆ ก็จะดีมากเลย
ส่วนผมตรง = ดูติ๋มๆ



ครอบครัวหนิงค่อนข้างกดดันไอเรื่องวิทย์ๆ เลขๆ อะไรเนี่ย
เชื่อสิ ถ้าหนิงเข้าวิทย์ไม่ได้ - เอนท์ไม่ติด
โดนด่าเช็ด ไม่ได้ลืมตาแน่
(พี่หนิงโดนมาแล้ว แค่เพราะว่าติดคำนวน )

#4 By หนิง (58.9.57.96) on 2006-06-10 23:22

เด็กกิจกรรมในความหมายเอ็งคือ นักเรียนฝ่ายซ้ายของตู
ซึ่งความจริงแล้วมันก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว
เด็กกิจกรรมเป็นแนวทางที่สังคม และตาลดต้องการ.. เพราะอะไร?
ประการแรกคือ มันทำงานเป็น มันจะเรียนงานได้เร็ว
สองคือคนที่ทำงานบ่อยๆ จะมีความอดทน และรู้จักอยู่กับมนุษย์โลกได้เป็นอย่างดี
และสุดท้ายคือคนที่ทำงานตั้งแต่เรียน จะกลายเป็น Creative worker ไปโดยไม่รู้ตัว...
กล่าวคือ มันเป็นคนที่ต่างจากพวก order worker สั่งมายังไงก็เอาตามนั้น...
แต่สำหรับนักกิจกรรมไม่ใช่... เพราะทุกอย่างย่ิอมมีการเปลี่ยนแปลงตลอด และปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลายทิศทาง

แต่จะว่าไป คนที่จะมาเป็นนักกิจกรรมมันก็ต้องมีวิญญาณของนักทำงานแฝงอยู่ด้วย ถึงจะมาทำได้
ไม่ใช่สักแต่ว่าอยากแหกกฎ อยากเท่ แล้วจะเป็นได้ทุกคน ... มันก็ต้องมีกาลเทศะอยู่ในตัว แล้วก็อย่างที่บอกคือความอดทน...
เพราะฉะนั้นตูเชื่อว่าไม่ว่ารุ่นไหนๆ นักกิจกรรมจะเป็นหัวกะทิในเชิงการทำงานจริง ในสังคมจริงเสมอ

และประเทศไทยกำลังขาดคนอย่างงั้น

#5 By เต่า on 2006-06-11 05:55

อยู่หอวังเหมือนกันค่ะ
เรื่องทรงผมปีที่แล้วมอหนึ่ง ได้(ไอ้คุณ)พี่รหัสมาคนบอกได้คำเดียวว่า พี่หน้าตาสวยนะคะแต่ทรงผมซอยซะสิงโตตามสวนสัตว์ยังต้องคาราวะเลยค่ะ หนูรับไม่ได้ค่ะพี่

แต่ว่าเห็นด้วยเรื่องของผ.อ.คนใหม่นะคะเริ่มแรกตอนที่จัดให้มีgifted รู้ชะตากรรมว่าหากเจ๊ยังไม่ออก เราคงต้องเป็นเด็กขวาจัดอย่างสุดฤทธิ์(ทั้งที่นิสัยไม่ใช่)
เฮ้อ ทิ้งท้ายแค่นี้ล่ะค่ะ

#6 By devilmoon (202.5.83.23) on 2006-06-11 18:19

แบบว่า = = ห่างหายจากเรื่องนี้ไปนานแล้ว 555+ (ไอ้เรามันกลาง ๆ )ไม่ได้เรื่องซักกะอย่าง