26 - รถเมรุ
posted on 08 May 2006 16:54 by brownfrog in 3xpeRieNcEเคยนั่งรถเมล์กันมั้ยครับ
สรรพคุณรถเมล์ ว่ากันตามจริงแล้ว ให้สองวันก็คุยไม่หมดครับ ยิ่งกว่าพระคุณของอาจารย์อีก
เป็นอันรู้กันของคนกรุงเทพ ฯ (จะว่าไปกูก็ไม่ได้เป็นนี่) ว่ารถเมล์เป็นอะไรที่...เอ่อ...เชี่ยมาก - พูดติดตลกกันบ่อยเหลือเกิน ว่าถ้าตอนไหนอั้นขี้จะไปปล่อยที่บ้านเนี่ย จะไม่มีมาเลยซักสาย มีแต่รถตู้ รถโถ รถไห รถกะละมังอะไรไม่รู้เต็มไปหมด และไม่มีวี่แววของสายที่นั่งกลับบ้านได้เลยซักนิด - แต่ถ้าวันไหนเดินกลับบ้านเนี่ย - โคตรแห่งสายรถเมล์จะประดังงันพุ่งเฉี่ยวปลายหูกันนับแสนนับล้านคัน - ราวกับจะกระดิกนิ้วส่ายตูดยั่วยวนให้เสียเงินสิบสองบาทแลกกับการโดยสารกลับบ ้าน
อย่างแรกเลยคือปัญหากับการขึ้นรถเมล์ครับ
อันนี้ไม่จำกัดแค่กรุงเทพ ฯ ครับ ทุกจังหวัดแหละ แต่ที่ชนบท (ชนบทมีแต่สองแถวนี่หว่า เอาเป็นเมืองหลวงในชนบทละกัน...?) จะค่อนข้างเรียกแล้วหยุดง่ายมากกว่า
กรุงเทพ ฯ อย่าให้พูดเลย - ผมลองทุกวิถีทางแล้ว ทั้งยกมือโบก กระโดดไปขวางหน้ารถ (ไม่ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว) ก้มกราบริมฟุตบาท (เฮ้ย ใครปาเงินใส่หัวกูวะ) จนถึงขั้นวิ่งไปทุบประตูไป
ทำไมไม่เปิด!!!
หรืออาจจะเป็นนโยบายใหม่ของรัฐบาล ที่กำหนดว่าในรถเมล์ต้องมีผู้โดยสารเพียงสองคน คือกระเป๋า กับคนขับ - เพื่อให้แก๊ส NGV และระบบเพลาในรถเมล์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ?
หรือบางทีกระเป๋าสุดใจร้ายก็ตะโกน (แทบจะเรียกได้ว่าถีบส่ง) ผู้โดยสารน้อยใหญ่ให้ไปกระจุกกันหลังรถ โดยที่ข้างหน้ามีพื้นที่ตีปังย่าได้สองหลุมโดยไม่มีโอบี
บางทีก็เจอกับคนขับที่อารมณ์สุดแสนจะเบิกบาน ขับรถฉวัดเฉวียนราวกับซ้อมเล่นมิดไนท์คลับกับถนนหนทางที่เป็นที่รู้ดีกันว่า โคตรติดของเมืองไทย
โดยเฉพาะการจี้ตูด (ศัพท์เทคนิคที่หมายถึงขับรถไปชิด ๆ กับท้ายรถคนอื่น - ไม่ใช่ เอ่อ... เออ นั่นแหละ) ที่โคตรจะเป็นเอกลักษณ์ของคนขับรถเมล์ไทยเลยครับ เพราะไปที่ไหนก็ไม่เคยเห็นรถเมล์ประเทศไหนที่สนิทชิดเชื้อกับคันข้างหน้าได้มากขนาดนี้
บรรยากาศมาคุในรถเมล์ก็ตราตรึงจิตใจอยู่ตลอด - คนที่นั่งรถแดงครีม (มองไม่เห็นส่วนที่เป็นครีมของมันเลยครับ มีแต่ฝุ่น) อย่างผมคงไม่ชินกับบรรยากาศนั้นนัก บรรยากาศที่เหล่าสาว ๆ บางคนมองจ้องเป๋งมาในรูแขนเสื้อของผมที่กำลังโหนรถเมล์อยู่อย่างไม่ว่างตาราวกับเต่าที่อยุ่ในหลืบร่มผ้าจะกระโดดมางับจมูกเธองั้นแหละ (แต่จะว่าไปมันก็เหม็นอยู่ไม่น้อย)
และเวลาปล่อยคนลง รถเมล์เหล่านี้ก็จะกลายสภาพจากมนุษย์ไปเป็นคอมพิวเตอร์ทันที เพราะพี่แกจะไม่ยอมจอดเลยเมื่อเรากดกริ่งเลยป้าย แม้จะเลยไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ตะแกก็ยืนยันจะปล่อยเราลงในป้ายต่อไปอยู่ดี - เหตุผลง่าย ๆ ตามมาตรฐานไอเอสโอเก้าพันสองและสองพัน ว่าไม่จอดนอกป้าย
ไอเอสโอเก้าพันสองและสองพันนั่นมันน่าจะมีระบุไว้ว่าให้จอดทุกป้ายนะพี่
เอาเถอะครับ ผมมันไม่ใช่ประเภทเอาเรื่องกับอะไรง่าย ๆ อย่างกดกริ่ง ก็เลยตัดใจลงป้ายหน้าไปพร้อมกับตาลุง ๆ ป้า ๆ ที่พยายามจะลงเมเจอร์รัชโยธิน
พอถึงเวลาจะลง ปัญหาก็ตามมาไม่หยุด
ทั้งปัญหาเข้าป้ายไม่ได้จนต้องเปิดประตูให้ผู้โดยสารออกไปเผชิญโลกกว้างที่เต็มไปด้วยรถหนักกว่าสองตันกำลังจอดแน่นิ่งคลุมพื้นที่สองสามเลนอยู่อย่างเอะอะ หรือจะเป็นรถจักรยานยนต์ที่เสือกมาวิ่งตัดหน้าเอาตอนที่คนเค้ากำลังทยอยลง
ที่สำคัญคือ ทำไมรัฐบาลและสื่อ (โคตรเกลียดคำแบบนี้เลย เข้าใจยากชิบหาย) ถึงชอบโทษแต่รถร่วม (ร่วมหมายถึงร่วมบริการ - ไม่ใช่ เอ่อ... เออ นั่นแหละ) ทั้ง ๆ ที่บางคันขับรถได้ดีกว่าโชเฟอร์สับปะรังเคนั่น
ไม่อยากยกตัวอย่างข่าวที่เกิดจากรถเมล์หลักครับ ข้อมูลมีไม่เพียงพอ (เดี๋ยวโดนฟ้องกลับจะซวยเอา)
อีกปัญหาที่มักจะเกิดกับรถราในกรุงเทพ คือรถไม่เข้าป้าย
บางคนอาจหาอ่านได้ก่อนหน้านี้ (ของ Iannnnn ที่เป็นการ์ตูน เอ่อ - กี่ช่องวะ - ที่มันเป็นรูปคนยืนรอรถเมล์น่ะ) ว่าวิธีการแก้ปัญหาของรัฐ (เกลียดคำนี้เหมือนกัน) คือการแก้ที่ปลายเหตุ ซึ่งมันเป็นจริง ทำให้ป้ายหน้าหอวังของผมโดนทุบทิ้ง (แล้วกูจะนั่งอะไรกลับบ้านวะ!!!) เพราะว่ารถเมล์ชอบจอดรับผู้โดยสารก่อนป้าย แล้วทำให้แยกหน้าเซ็นทรัลติดเป็นกาวน้ำ
บางทีการแก้ปัญหารถเมล์อาจแก้ได้ยากพอ ๆ กับรถติด รัฐบาลอาจจะออกมาอ้างเรื่องน้ำมัน เรื่องคนขับไร้มารยาท เรื่องตำรวจจราจร
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด - คือถ้าตราบใดที่คนขับไทยไม่มี "น้ำใจ" ให้แก่กัน - คงต้องรออีกนานหน่อยนะครับชาวสยาม กว่าพวกเราจะได้นั่งรถเมล์สบาย ๆ เหมือนต่างประเทศเขา
07 / 05 / 2549
ป.ล. วันก่อน(คำนี้ใช้ได้หลายสถานที่มากเลยครับ)นั่งรถรับส่งบีทีเอส (หมายความว่ารถรับส่งผู้โดยสารบีทีเอสไปยังที่ต่าง ๆ - ไม่ใช่ เอ่อ... เออ นั่นแหละ) จะกลับบ้านตามปกติ ผ่านป้ายเอ็มเคละ อีกป้ายเดียวถึงแล้ว ผมก็ขยับตัวฝ่าแรงเฉื่อยมหาศาลที่เกิดจากการวิ่ง ๆ หยุด ๆ ของโชเฟอร์ตีนผี (หมายความว่าพวกขับรถฉวัดเฉวียน - ไม่ใช่ เอ่อ...เออ นั่นแหละ) - กว่าสิบวินาทีที่ผมถลาไปมาอยู่ในรถท่ามกลางสายตาของผู้โดยสารนับสิบ (จ้องกูทำถ้วยอะไร) และไปนั่งที่เบาะหน้าได้สำเร็จ
ตามปกติธรรมเนียมของรถรับส่งบีทีเอสแล้ว (ไม่อยากละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะคิดว่ามีบางคนไม่เข้าใจ) คนที่จะลงป้ายต่อไปก็จะมานั่งอยู่ตรงเบาะหน้าเพื่อรอให้คนขับเปิดประตูให้
แต่รอบนี้มันขับเลยป้ายซะยังงั้น
"พะ พี่"
"น้อง เห็นกริ่งมั้ย"
คนขับย้อนถาม เสียงเซ็งชีวิตเหมือนควายที่บ้านเพิ่งโดนฆ่าไปทำลาบหมา ผมพยักหน้าทีหนึ่ง
"กดบ้างก็ไม่มีใครว่า"
ก่อนที่มันจะส่งผมลงจากรถ
เรื่องนี้ใครถูกใครผิด คิดกันเอาเองนะครับ ตามมาตรฐานไอเอสโอห่าอะไรที่กล่าวไปก่อนหน้า
ป.อ. ครั้งนี้เขียนได้เยอะ เพราะมันบวมได้ที่เลยครับ (มีงานอะไรเยอะแยะเลยทั้งแต่งบล็อกให้เป็นสีขี้ , แต่งนิยายลงเด็กดี , แต่งเรื่องสั้นประชดชีวิตลงมินิเพลย์กราวน์ - และคุยเอ็มที่โผล่มาทำเหี้ยอะไรไม่รู้วันละสิบ ๆ หน้าต่าง - แบบนี้ทรูคงรวยน่าดู)
ป.ฮ. แนะนำบล็อกน่าสนใจที่มีบทความประชดโลกแบบเดียวกันหลายต่อหลายคน เช่นพี่แอนที่ตอนนี้ไปบวชอยู่ (เสร็จจากทหารก็พระ กะบวชล้างบาปเลยงั้นสิ) หรือไอ้เร่ที่เขียนได้สนุกสะใจผมมาก (เงยหน้ามองนาฬิกาอีกที เฮ่ย ตีสองแล้ว) สองคนนี้เป็นบุคคลที่โลกควรจารึกชื่อไว้ครับ
ปล. สนใจแลกลิงก์กับเว็บดี ๆ อย่างเล็กเล่นพื้น (ที่ผมมีส่วนร่วม) เชิญได้เลยนะครับ ทุกเวลา เพราะเราไม่เคยหลับ(หมายความว่ามีคนผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด - ไม่ใช่ เอ่อ...เออ นั่นแหละ

คราวหน้าจะเรื่องอะไร
โปรดติดตามตอนต่อไป...
#1 By nj venus on 2006-05-08 18:34