19 - เรื่อยเปื่อย ภาคสี่

posted on 04 Feb 2006 17:49 by brownfrog  in 3xpeRieNcE

การที่คนเราจะทำอะไรซักอย่าง ไม่ได้หมายความว่าเราหวังผลตอบแทนเสมอไปนะ

เหมือนอย่างคำว่า "ประจบ" ที่เหล่าเพื่อน ๆ กำลังพยายามยัดเยียดให้ผม - ซึ่งก็แน่นอน มันเกิดมาจากความ "อิจฉา" ที่กลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดสวยหรูในปากโสมมที่ส่งตรงมาจากสมองเน่า ๆ ของมัน - ความขี้เกียจของมันกลับทำให้ผมโกรธ - ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของมันเองที่จะ "โกรธ" ในความมักง่ายของตัวเอง

ผมลบกระดานให้อาจารย์คาบต่อไปเสมอ ๆ อาจเป็นบางครั้งที่ง่วงจนไม่อยากลุก - แต่พอลุกแล้วได้รับการกระทบกระทั่งรุนแรงขณะที่หันหลังให้เพื่อนทั้งห้องแล้ว ผมเลือกไม่ลบมันซะเลยจะดีกว่า

การที่ผมต้องมาคอยยกสมุดไปไว้ที่ห้องพักอาจารย์เพื่อรอตรวจนั้น ผมไม่ได้สนใจคะแนนพิเศษที่มีโอกาสจะได้จากอาจารย์มากกว่าพวกที่นั่งเล่นไพ่อยู่ในห้องเรียนเลยซักนิด

นี่สินะที่เขาว่า ความผิดตัวเองไม่เคยมีใครมองเห็น แต่ความผิดของคนอื่นไม่เคยมองไม่เห็น

ประจวบเหมาะกับความหงุดหงิดของการเล่นเอ็มเอสเอ็นแบบผิด ๆ ของไอ้โง่คนหนึ่ง ทำให้ผมต้องเขียนบล็อกมาบ่นให้ท่านทั้งหลายที่กำลังงอคองอขานั่งอยู่หน้าคอมในวันนี้

เหตุมันเกิดจาก "ความคิดสร้างสรรค์แบบปัญญาอ่อน" ของใครคนหนึ่งที่แอ๊ดเมล์ของผมไปไว้ในโปรแกรมห่าเหวอะไรของมันก็ไม่รู้ - ซึ่งผมเองก็ไม่รู้กับมันเหมือนกันว่าตกลงชื่อเราไปโผล่กันในเครื่องแต่ละคนได้ไง - ที่แน่ ๆ ไอ้คู่กรณีนี้แกล้งทำตัวเป็นผู้หญิงครับ

เชื่อก็ไอน์สไตน์แล้วไอ้น้อง

ดูจากคำพูดคำจาก็ได้เลย - ลอกแบบมาจาก "มาตรฐาน" เด๊ะ ๆ จนดูแปลก ๆ - ประจวบเหมาะกับการขอเมล์ ที่อย่ ชื่อจริง ชื่อเล่น และโรงเรียนอย่างต่อเนื่องของมัน โดยไม่ตอบบางคำถามที่ผมถามกลับไป ทำให้ผมเริ่มคิดตั้งแต่แรกแล้วว่า "ไอ้เหี้ยนี่เป็นใครวะ"

และแล้วก็ถึงขั้นแตกหัก - หลังจากโดนผมเสียดสีไปสองสามครั้งตามนิสัยไม่ชอบคนแปลกหน้า คนตรงหน้าก็ระเบิด "ใบหน้าอัปลักษณ์" ของตนเองออกมา

ผมคิดในขณะนั้น - นี่แค่อารมณ์อย่างเดียว ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง - ถ้าเด็กเปรตคนนี้ทนหงุดหงิดได้นิดหน่อย ผมก็คงจะบอกชื่อจริงเมล์จริงไปให้แล้ว - เสียแต่มัน "โมโห" จน "ตบะแตก" ไปก่อนเท่านั้น

หลังจากนั้นก็เป็นคิวของ "ธาตุแท้"

มันพิมพ์คำด่าโคตรพ่อโคตรแม่มาสารพัดขณะที่ผมเดินไปหาของกินในตู้เย็น - เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ว่ามันจะเมื่อยตายซะก่อนผมจะพิมพ์ตอบกลับไป

บทเรียนอีกอย่างนึง - ก็คือ - การพิมพ์ตัวหนังสือผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี่ - เปรียบเสมือนดาบสองคม - เพราะถ้าฝ่ายนั้นโกหก - ยังไงเราก็ไม่รู้ - แต่ถ้าฝ่ายนั้นโดนยั่วจนโกรธแล้ว - ประโยชน์จะเป็นของเรา เพราะกะอีแค่ตัวหนังสือไม่กี่ตัว - ไม่ทำให้เราสะทกสะท้านได้เท่าเสียงจริง ๆ หรอก ใช่มั้ยครับ

มันยังคงด่ามาอีกชุดใหญ่ จนเงียบไป ผมคิดว่ามันเหนื่อยแล้ว เลยพิมพ์ถามไปนิดหน่อย - ผลก็คือการ "ท้าต่อย" ครับ

มันบอกมันเป็นเด็ก "บ้านบึง"

ผมเองก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันอยู่ที่ไหน - แต่ถ้าไอ้เปรตนั่นอยู่ที่นั่นจริง งานนี้เสียหน้าโรงเรียนมันไปไม่น้อยล่ะครับ

แล้วมันยังถามเป็นเชิงเค้นว่า "มึงเด็กอาชีวะใช่ป่าว - มาเลยถ้าแน่จริง"

เห็นชัด ๆ เลยว่ามันอ่อนต่อโลก เพราะคำพูดกำกวมของผมปั่นหัวสมองมันได้เต็มที่ จนท้ายสุดมันก็เงียบไป และไม่พูดอะไรอีกเลย

เห็นอะไรจากข้างบนบ้างครับ

หนึ่ง - สงครามระหว่างโรงเรียนกำลังเริ่มขึ้นแล้ว

ไม่ใช่อย่างนั้น ล้อเล่น

จะบอกว่านี่เป็นกรณีศึกษา - พวกคุณควรไว้ใจคนแปลกหน้าหรอครับ - ขนาดผมซึ่งปกติไม่โดนใครลบเหลี่ยมง่าย ๆ แบบนี้ - กลับโดนหลอกให้บอกข้อมูลไม่ค่อยสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว

เห็นได้ชัดว่า เด็กรุ่นหลังเิ่ริ่มมี "เหลี่ยม" เหมือนผู้นำพรรคกันบ้างแล้ว

แล้วถ้าคุณไหวตัวไม่ทัน หรือโง่ในจิตวิทยาล่ะครับ - ทุกวันนี้คนที่เจอกันแต่ในเน็ต - จะมีกี่คนที่คุณแน่ใจว่าเขา "ไม่เป็นอันตราย" - แล้วคุณจะ "แน่ใจ" ได้ยังไงว่าคุณ "แน่ใจ" แล้ว

เก็บไปคิดหน่อยนะครับ ขาแช็ททั้งหลาย
ข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ฉบับต่อไป อาจเป็นของคุณ


ป.ล. ผมกำลังประสบปัญหากับการเลือกสายเรียนอย่างหนักครับ

ไม่ใช่เรื่องไม่รู้สายที่จะเรียนหรืออย่างไร แต่ปัญหาอยู่ที่พ่อผมครับ

วันก่อน เพื่อนผมกับผมพากันไปดูวอลเลย์บอลห้องกับเพื่อนผู้หญิงอีกคน

"เยิ้ม - แกจะเลือกสายอะไรวะ" (มันเรียกผมอย่างเนี้ย)

"พ่อข้าให้เรียนวิทย์ว่ะ"

"แกไปเรียนวิทย์จริง ๆ ข้าเลิกคบเลยนะเว้ย"

"อ้าว ไมวะ"

"ก็แกได้คะแนนท็อปอังกฤษ - แล้วไปเรียนวิทย์ - เราไม่เสียคนเก่ง ๆ ไปอีกคนนึงหรอวะ"

ผมอึ้งครับ อึ้งกับคำที่มันพูด

ผมคิดว่าการที่เราได้คะแนนอะไรสูง ๆ นั่นหมายถึงความชอบในสิ่งนั้น - ซึ่งผมเองก็ชอบอังกฤษนะครับ

แม่ผมก็อยากให้ผมทำงานในสนามบิน เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินอะไรเทือกนั้น

ถ้างั้นภาษาก็ต้องแน่นใช่มั้ยครับ - แต่พ่อผมไม่ครับ ดึงดันจะจับผมยัดสายวิทย์อย่างเดียว

เพียงเพราะ สายวิทย์มีทางเลือกมากกว่า ก็เท่านั้น

ผมไม่เคยเห็นสายศิลป์เป็นสิ่งไม่ดีนะครับ

ผมคิดว่ามันเป็นการ "เลือกเส้นทางที่จะไป"

ซึ่งผมก็สองจิตสองใจครับ - เพราะสอนพิเศษฟิสิกส์ก็ไปจองคอร์สเขาไว้แล้ว ไม่เรียนก็เปลืองตังค์แย่

แต่ถ้าเลือกสายวิทย์ ผมคิดว่าอนาคตผมคงเป็นไปอย่างทุลักทุเล - ขณะที่สายศิลป์ ดูจะเป็นการดึงดันต่อพ่อแม่จนเกินไป ผมอยากอยู่ทั้งสองสายเลยครับ - เพราะงั้น ถ้าจะแนะนำอะไรประมาณว่า "เลือกสายที่ชอบ" อะไรทำนองนี้ก็ตัดทิ้งไปได้เลยนะครับ - นี่เป็นการบ่นครับ ไม่ใช่ขอความเห็น เพราะปัญหาหนักที่สุดอยู่ที่ "เส้นทางชีวิต" ที่ผมจะเลืือกนั้น - มันเป็นการเลือกที่ยากลำบากเหลือเกิน - ผมมีโอกาสเลือกแค่ครั้งเดียว - และผมไม่อยากพลาดครับ

ป.อ. ความรักเป็นสิ่งเข้าใจยากเหมือนกันนะครับ

ไ่ม่ใช่ความรักของผมหรอก แต่เป็นของเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งของผม - ซึ่งเป็นแฟนกับเพื่อนต่างห้องมาได้จะสองเดือนแล้ว - และช่วงเวลาเดือนกว่า ๆ นั่น - ผมเองก็เข้าไปเสือกระหว่างปัญหาของสองคนนั่น เพื่อให้เขาเข้าใจกันเหมือนเดิมหลายต่อหลายครั้ง - น้ำตาของฝ่ายหญิงนั้น - อาจจะตกเพราะอีกฝ่ายรวมเกือบลิตรก็ได้กระมังครับ

ทำให้ผมรู้ - ว่าผู้หญิงเขาซีเรียสกับความรักจริง ๆ นะครับ - ไม่ใช่รักเล่น ๆ เหมือนหลาย ๆ คนที่กำลังอยู่ในวัยเรียน

ความขี้น้อยใจ ขี้งอน และหึงของเพื่อนผม ทำให้ตนเองเสียน้ำตามานักต่อนัก จนผมเองก็เริ่มจะลังเลแล้ว ว่าปล่อยให้พวกเขาเคลียร์กันเอง จะได้ไหม - ถึงแม้บางครั้งอาจรุนแรนจนถึงขั้นเลิกรากันไปก็ตาม

"ความรัก" ไม่มีคำจำกัดความจริง ๆ นั่นแหละครับ

จนเพื่อนผู้หญิงของผมคนนี้ เอ่ยขึ้นมาลอย ๆ

"เยิ้ม - เอิร์ธเค้าจะเบื่อเรามั้ย เพราะเราไม่เคยให้เค้าแตะเนื้อต้องตัวเราเลย"

ทำให้ผมรู้ความจริงมาอีกอย่างนึง (รู้มากจริง ๆ เลยเรา) ว่าผู้หญิงมอง "ความรัก" ของผู้ชายเป็นแบบไหน

คงคิดว่ามันจะเป็นแบบนั้นทุกคนสินะครับคุณผู้หญิงทั้งหลาย

คุณคงคิดว่าผู้ชายไม่เคยมี "ความสุขที่นอกเหนือจากการ "สัมผัส"" เลยสินะครับ


คิดอย่างนั้นไว้ก็ดีแล้วครับ จะได้ไม่พลั้งพลาดให้กับเพศชาย - ซึ่งผมขอพูดแบบหน้าด้าน ๆ หักหลังพวกเดียวกันเองเลยนะครับว่า "กว่าครึ่งที่ต้องการ "สัมผัสเพียงอย่างเดียว" นั้น - เรียกว่าหลง ไม่ใช่รัก"


ป.ฮ. ความเซ็งเกร็วส่วนตัวของผมคือเรื่องใบปลิวครับ

เพราะไอ้ศาสตร์แปลก ๆ เกี่ยวกับการส่งใบปลิวที่อ่านกันให้พรึ่บของเว็บเด็กดี - ทำให้ตอนนี้ ไม่มีใครที่จะลบเหลี่ยมผมในเรื่องใบปลิวได้แล้ว

เพราะผมเห็นชัด ๆ เลยว่าใคร "อ่าน" หรือ "ไม่อ่าน"

และใคร "อ่าน" เพื่อโฆษณา ใคร "อ่าน" เพราะความสนุกสนาน


คือก็เข้าใจนะครับ ว่าเรื่องมันอาจจะสนุก - เพียงแต่มันตกไปอยู่ใน "หลืบ" ของเว็บ - เหมือนกับเรื่องผม

แต่คุณจะโฆษณาไปไยครับ

เว้นแต่คุณจะร้อนเงิน อยากให้คนอ่านเยอะ ๆ จนได้พิมพ์เป็นหนังสือ - เอาเงินมารักษาพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคร้ายอะไรนั่น ก็เชิญโฆษณาไปเถิดครับ เห็นใจเหมือนกัน

แต่คนอื่นที่เขียนเพื่อความสุขส่วนตัว นึกถึงจุดประสงค์ที่คุณมาเขียนนิยาย ให้ดีก่อนนะครับ - ว่าคุณเขียนเพราะอยากเขียน หรือเขียนเพราะอยากดัง

พูดกันหลายที และต่อไปนี้จะไม่พูดอีกแล้วนะครับ เรื่องนิยายเนี่ย

ป.ญ.อ. วันนี้เขียนเยอะว่ะตู

 
edit @ 2006/03/25 13:18:16

edit @ 2006/05/09 14:58:23

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ปัญหาเยอะจริง ๆนะคุณ^^''
ไม่รู้จะบอกว่าไง เพราะตอนนี้ตัวเองก็มีปัญหาเหมือนกัน ทั้งเรื่องเรียน เรื่องที่บ้าน คนรอบข้าง ที่ทำงาน สารพัดปัญหาที่รุมเข้ามาในคราวเดียว

ยังดีนะ ที่ไม่มีปัญหาเรื่องหัวใจ หึหึ^^''

#1 By nj venus on 2006-02-05 15:00