18 - ความเป็นไทย - ไม่ได้มีแค่ลายกนก
posted on 31 Jan 2006 20:40 by brownfrog in 3xpeRieNcE
เคยสังเกตเรื่อง "ความเป็นไทย" กันบ้างมั้ยครับ
ถ้าพูดถึงความเป็นไทย เก้าสิบในร้อยต้องนึกถึงผู้หญิงนุ่งผ้าถุง เดินไปเดินมาในบ้านทรงไทยใต้ถุนสูง - นึกภาพเด็กนุ่งโจงกระเบนวิ่งเล่นม้าก้านกล้วยกันในสวนมะพร้าว ใช่มั้ยครับ
นั่นคือสิ่งที่ใครบางคนกำลังพยายามยัดเยียดให้เราเข้าใจไปแบบนั้นครับ
หรือเรียกอีกอย่างว่าการ "ปิดกั้นเสรีภาพในวัฒนธรรม"
เริ่มงงกันแล้วล่ะสิ
เอางี้ ลองนึกภาพบ้านในชนบทดูสิครับ
บ้านปูนโปร่ง ๆ มีแผ่นผ้าโฆษณาปิดบังแดดอยู่หน้าบ้าน ศาลเจ้าเล็ก ๆ อยู่ในสวนและยางเส้นหนึ่งที่เอามาทำเป็นชิงช้าให้ลูกไกวเล่น
นั่นแหละครับ คนไทย
ไม่จำเป็นต้องลายกนก - ไม่จำเป็นต้องม้าก้านกล้วย ไม่จำเป็นต้องมอญซ่อนผ้า
คนไทย ยังไงก็คือคนไทยครับ
มีชม ก็แน่นนอนว่าต้องมีด่า
ชุมชนเมืองตอนนี้เริ่มเสื่อมทรามลงทุกที
ยกตัวอย่างในกรณีผลสำรวจเกี่ยวกับการมี "รัก" ในวัยที่ไม่ควรมี
เดี๋ยวนี้อายุน้อยกว่ามัธยมก็มีเซ็กซ์กันแล้วนะครับ
แปลกใจไหมเอ่ย
ว่าช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี จากการคลุมถุงชนให้คนรักกัน - จนตอนนี้ไม่อยากให้รักก็มีสัมพันธ์ทางกายกันแล้ว
แล้วยังเรื่องนิยมแปลก ๆ ของสาววัยรุ่น ที่ในความเห็นผม มันไม่ดีเอามาก ๆ
ผมจะไม่ขอพูดละกันเรื่องนี้ ข้ามไปเลยดีกว่า
จากผลสำรวจ (อีกแล้วหรอ) ของกระทรวงอะไรซักอย่าง บอกว่าตอนนี้คนไทยหันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น
ทายสิครับมาจากอะไร
มาจากนิยายรักไงครับ
ตอนนี้เรื่องแนวนี้ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด - จนเหล่าหญิงสาวเปล่าเปลี่ยวใจหวังได้รักแบบในหนังสือพากันหาซื้อพวกมันเต็มไปหมด ไม่เปิดโอกาสให้กูเดินผ่านแม้ซักเล็กน้อย อย่ายืนอ่านในร้านสิวะ!!!
ทางรัฐเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ - การส่งเสริมการอ่าน - นอกจากจะทำให้คนไทยอ่านเขียนได้คล่องขึ้นแล้ว ยังก่อเกิดการ "วิบัติ" ของภาษา ที่พวกคุณหวงแหนและตั้งมันเป็น "เอกลักษณ์" ของประเทศไทยไปอีกอย่างนึงอีกด้วย
คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพูดเรื่องแบบนี้มาแล้วนี่หว่า เพราะงั้นขอข้ามมันไปอีกก็แล้วกัน
และบางสิ่งที่ผมไม่เชื่อว่าจะเพิ่มขึ้น ก็กลับเพิ่มขึ้นอีก...
มันคือพวกเหนือธรรมชาติไงครับ
บัดนี้ คงไม่แปลกแล้วที่เราจะเห็นชายสองคนเดินกันบนสะพานลอยอย่างกระหนุงกระหนิง หัวร่อต่อกระซิกกันอย่างกับละคร - หรือจะเห็นผู้หญิงสองคนที่เดินข้างกันแบบเขิน ๆ ขณะที่ทนเสียงล้อเลียนของเพื่อนรอบข้าง
ผมไม่เข้าใจในความคิดของพวกเค้าครับ - บางทีใครซักคนที่กำลังเหนือธรรมชาติอยู่และกำลังอ่านบล็อกผม ขอให้รู้ไว้ซะด้วยนะครับ ว่าผมไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์อะไรมากมาย - เพียงแค่สงสัยว่า "ปัจจัย" อะไรที่ทำให้พวกคุณผิดเพศได้ขนาดนั้น
หนักสมองกันพอแล้วสินะ
เจอกันครั้งหน้านะครับ เร็ว ๆ นี้แหละ
ป.ล. เรื่องความเป็นไทยนี่ผมได้ไอเดียหลักมาจากพี่แอน ซึ่งเขียนไว้ในบล็อกตัวเองเหมือนกัน (ลอกเขามาก็บอกมาเหอะ)
เว็บเขาดีมีคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 กว่าของผมมาก แวะเวียนไปจับจ่ายใช้สอยกันได้
www.iannnnn.com
www.f0nt.com
edit @ 2006/01/31 20:43:17
ถ้าพูดถึงความเป็นไทย เก้าสิบในร้อยต้องนึกถึงผู้หญิงนุ่งผ้าถุง เดินไปเดินมาในบ้านทรงไทยใต้ถุนสูง - นึกภาพเด็กนุ่งโจงกระเบนวิ่งเล่นม้าก้านกล้วยกันในสวนมะพร้าว ใช่มั้ยครับ
นั่นคือสิ่งที่ใครบางคนกำลังพยายามยัดเยียดให้เราเข้าใจไปแบบนั้นครับ
หรือเรียกอีกอย่างว่าการ "ปิดกั้นเสรีภาพในวัฒนธรรม"
เริ่มงงกันแล้วล่ะสิ
เอางี้ ลองนึกภาพบ้านในชนบทดูสิครับ
บ้านปูนโปร่ง ๆ มีแผ่นผ้าโฆษณาปิดบังแดดอยู่หน้าบ้าน ศาลเจ้าเล็ก ๆ อยู่ในสวนและยางเส้นหนึ่งที่เอามาทำเป็นชิงช้าให้ลูกไกวเล่น
นั่นแหละครับ คนไทย
ไม่จำเป็นต้องลายกนก - ไม่จำเป็นต้องม้าก้านกล้วย ไม่จำเป็นต้องมอญซ่อนผ้า
คนไทย ยังไงก็คือคนไทยครับ
มีชม ก็แน่นนอนว่าต้องมีด่า
ชุมชนเมืองตอนนี้เริ่มเสื่อมทรามลงทุกที
ยกตัวอย่างในกรณีผลสำรวจเกี่ยวกับการมี "รัก" ในวัยที่ไม่ควรมี
เดี๋ยวนี้อายุน้อยกว่ามัธยมก็มีเซ็กซ์กันแล้วนะครับ
แปลกใจไหมเอ่ย
ว่าช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี จากการคลุมถุงชนให้คนรักกัน - จนตอนนี้ไม่อยากให้รักก็มีสัมพันธ์ทางกายกันแล้ว
แล้วยังเรื่องนิยมแปลก ๆ ของสาววัยรุ่น ที่ในความเห็นผม มันไม่ดีเอามาก ๆ
ผมจะไม่ขอพูดละกันเรื่องนี้ ข้ามไปเลยดีกว่า
จากผลสำรวจ (อีกแล้วหรอ) ของกระทรวงอะไรซักอย่าง บอกว่าตอนนี้คนไทยหันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น
ทายสิครับมาจากอะไร
มาจากนิยายรักไงครับ
ตอนนี้เรื่องแนวนี้ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด - จนเหล่าหญิงสาวเปล่าเปลี่ยวใจหวังได้รักแบบในหนังสือพากันหาซื้อพวกมันเต็มไปหมด ไม่เปิดโอกาสให้กูเดินผ่านแม้ซักเล็กน้อย อย่ายืนอ่านในร้านสิวะ!!!
ทางรัฐเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ - การส่งเสริมการอ่าน - นอกจากจะทำให้คนไทยอ่านเขียนได้คล่องขึ้นแล้ว ยังก่อเกิดการ "วิบัติ" ของภาษา ที่พวกคุณหวงแหนและตั้งมันเป็น "เอกลักษณ์" ของประเทศไทยไปอีกอย่างนึงอีกด้วย
คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพูดเรื่องแบบนี้มาแล้วนี่หว่า เพราะงั้นขอข้ามมันไปอีกก็แล้วกัน
และบางสิ่งที่ผมไม่เชื่อว่าจะเพิ่มขึ้น ก็กลับเพิ่มขึ้นอีก...
มันคือพวกเหนือธรรมชาติไงครับ
บัดนี้ คงไม่แปลกแล้วที่เราจะเห็นชายสองคนเดินกันบนสะพานลอยอย่างกระหนุงกระหนิง หัวร่อต่อกระซิกกันอย่างกับละคร - หรือจะเห็นผู้หญิงสองคนที่เดินข้างกันแบบเขิน ๆ ขณะที่ทนเสียงล้อเลียนของเพื่อนรอบข้าง
ผมไม่เข้าใจในความคิดของพวกเค้าครับ - บางทีใครซักคนที่กำลังเหนือธรรมชาติอยู่และกำลังอ่านบล็อกผม ขอให้รู้ไว้ซะด้วยนะครับ ว่าผมไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์อะไรมากมาย - เพียงแค่สงสัยว่า "ปัจจัย" อะไรที่ทำให้พวกคุณผิดเพศได้ขนาดนั้น
หนักสมองกันพอแล้วสินะ
เจอกันครั้งหน้านะครับ เร็ว ๆ นี้แหละ
ป.ล. เรื่องความเป็นไทยนี่ผมได้ไอเดียหลักมาจากพี่แอน ซึ่งเขียนไว้ในบล็อกตัวเองเหมือนกัน (ลอกเขามาก็บอกมาเหอะ)
เว็บเขาดีมีคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 กว่าของผมมาก แวะเวียนไปจับจ่ายใช้สอยกันได้
www.iannnnn.com
www.f0nt.com
edit @ 2006/01/31 20:43:17

ความรักไม่มีเพศ เพราะเพศเป็นอีกสิ่งที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ หากคุณรักใครซักคนบางครั้งเพศก็ไม่จำเป็น เพียงแต่ "ใคร" คือคนที่คุณรักมากกว่า
แต่นี่เป็นกรณีของคนรัก 2 เพศ
ส่วนตัวแล้วก็ไม่ได้รังเกียจผู้ชายแต่ชอบผู้ญด้วยกัน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม... ถ้าชอบผู้ชายอาจจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขกว่าเพราะเข้ากันได้ง่ายกว่าทั้งเรื่องความชอบ ความคิดและเรื่องอื่นๆ แต่พอกอดแล้วกับไม่รู้สึกอะไร...ไม่เข้าใจเหมือนกัน
แต่ถ้าจะเปรียบเทียบคงเหมือนกับเวลาที่คุณกอดเพื่อนผู้ชายกับผู้ญมั้ง?
แต่ขอบอกไว้ที่นี้เลยว่า ตามความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว ไม่ชอบพวก "แฟชั่น" มาก (โดยเฉพาะเด็กๆม.ต้นทั้งหลายเกิน 80% ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า "คิด" มากพอหรือยัง... ถ้ามากพอก็ดีใจด้วยที่คุณเจอตัวเองแล้วไม่ทำให้ผู้ชายที่รักคุณเสียใจ) เพราะพวกนี้นอกจากจะทำให้พวกผู้ชายเข้าใจผิดว่า "เรา" จะสามารถกลับไปรักผู้ชายได้แล้ว ยังทำให้หลายๆคนโดยเฉพาะครอบครัวพยายามเปลี่ยนแปลงเราให้เป็นสิ่งที่เรียกว่า "ปกติชน"
หากคุณไม่ได้เป็น "เรา" ในสังคมนี้นับว่าโชคดีแล้ว เพราะคุณจะไม่ได้เจอกับคำพูดที่รุนแรงขนาดไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรือ สายตาที่จ้องมองมาเหมือนคุณเป็นอะไรที่ไม่ใช่คน
ปล. ขออภัยที่อาจจะรุนแรงไปบ้างแต่ก็อยากให้สังคมเปิดกว้างและเข้าใจกันมากขึ้น ถึงเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราก็ไม่อยากหลอกใคร โดยเฉพาะการทำร้ายจิตใจใครด้วยการแกล้งหลอกว่ารัก
ตอบยาวมากเลยแฮะ...
อย่างน้อยถ้าช่วยให้เกิดการเปิดกว้างและยอมรับมากขึ้นอีกซักคนก็ยังดี
#1 By Blood Lust Vampyre (::[o]::) on 2006-01-31 21:16