เหนื่อยว่ะ

ประตูบ้านเพื่อนมันเป็นอะไรที่งัดได้ยากกว่าประตูบ้านเรามาก...

เออลืม ต้องเท้าความเดิมก่อน

27 ต.ค. 2548...

ผมมีโอกาสเผ่นกลับไปบ้านที่นครปฐม เป็นโอกาสพักผ่อนอันแสนสุขสบาย... เพื่อนอีกสองคนของผมก็ประจำการอยู่ที่นั่นด้วยเป็นข่าวดี แต่ละวันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งเวลานอนพวกเราก็ไม่เว้น ขอไปค้างบ้านคนโน้นคนนี้อย่างสนุกสนาน

แต่ปัญหามันเริ่มจากตรงนี้ครับ

คือบ้านเพื่อนผมคนนึง มันไม่ค่อยได้กลับบ่อย บ้านก็ดูโทรม ๆ ติดจะเก่า ๆ เหมือนบ้านผีสิง (เกินไปไอ้เหี้ย) แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ประตูบ้านมันครับ เพราะความที่ไม้มันเก่าแล้ว กอปรกับช่วงนั้นฝนตกโคตรจะบ่อย ประตูบ้านเลยบวมขึ้นจนคับบานประตู ตอนกลางวันไม่เท่าไหร่ เพราะแดดมันแรง ไม่ค่อยจะชื้นมาก ดึงอยู่ไม่ถึงนาทีก็พอเปิดได้

ตอนกลางคืนเนี่ยดิ

วันนี้จำได้แม่นเลยว่าจะไปนอนบ้านไอ้ต้น (เพื่อนผมคนนึง) แต่ว่าพวกเราสามคนต้องกลับไปอาบน้ำเตรียมตัวกันก่อน ซึ่งช่วงนั้นแต่ละคนก็กลับไปอย่างไม่มีอะไร (ฝนยังไม่ตก) ผมขับรถไปบ้านไอ้ต้น และก็รู้ว่าไอ้แคนกับแม่มันอยู่ที่บ้านเรียบร้อยก็ไม่เป็นไร เล่นอะไรกันตามปกติ

จนกระทั่งแม่แคนกลับบ้าน เราสามคนก็ไม่ได้เอะใจอะไร... ผ่านไปชั่วโมงกว่า

แม่แคนกลับมาเรียกที่หน้าประตูบ้านต้น...

เพราะว่าเปิดประตูบ้านไม่ได้!!!

ผมกับไอ้ต้นยืนยันกับแม่แคนว่าจะไปช่วยด้วย แต่เพราะตอนนั้นฝนมันตกหนัก แม่แคนก็เลยไม่อยากให้เราไป (กลัวเปียกฝนไง) แล้วก็เลยบอกให้แคนกลับไปนอนบ้าน

เท่านั้นแหละครับ ไอ้ต้นคิดแผน (ชั่ว ๆ) ออกในวินาทีเดียว

"งั้นเดี๋ยวพวกผมนั่งมอ ฯ ไซค์ กางร่มไปให้ แล้วพอจะกลับให้แคนซ้อนมอไซค์กลับมามั้ยครับ"

แต่แม่แแคนไม่ให้ แล้วแทนที่ไอ้แคนจะพยายามช่วยพวกเรา แม่งเสือกไม่พูดอะไรแล้วก็ขึ้นรถไปซะอย่างนั้น

เอาเข้าไป ยังไม่อยากนอนกันสองคนนี่หว่า...

ผมกับไอ้ต้นกลับเข้ามาวางแผนกันในบ้าน จนกระทั่งเราสองคนพากันคิดแผน "ลักพาตัว" ไอ้แคนกลับมา โดยที่ไอ้ต้นจะให้ผมโทรศัพท์ไปหามันที่บ้าน พูดสั้น ๆ ประโยคเดียวว่า "เดี๋ยวกูไปรับ" แล้วรีบวาง เพื่อให้แม่งห้ามไม่ทัน แล้วซ้อนมอไซค์ไปรับที่บ้านมันเลย สร้างความเกรงใจให้กับแม่แคนจนต้องยอมปล่อยตัวไปในที่สุด

แต่... (อีกแล้วหรอวะ)

ไม่มีใครรับสาย

อ้าว แผนรวนสิ

ต้นกับผมเดินไปเดินมาอยู่ไม่ถึงสิบวินาที

"เฮ้ย ไอ้ต้น แบบนี้แปลว่ามันยังเข้าบ้านไม่ได้ ง่ายนิดเดียว ก็ไปช่วยมันเปิดประตูสิวะ แล้วก็ถือโอกาสลากแม่งกลับมาด้วยเลย" ผมเสนอไอเดีย ต้นตอบตกลงในทันใด

แล้วผมก็ขับมอไซค์โดยมีต้นกางร่มให้ ตรงดิ่งไปบ้านไอ้แคน

เป็นดังคาด มันยังเข้าบ้านไม่ได้จริง ๆ

ตรงนี้แหละที่ปัญหา (อันที่แท่าไหร่แล้วไม่รู้) ตามมาอีก

ก็เปิดไม่ออกอ้ะ!!!

พวกเราสามคนทั้งงัด ทั้งดึง ทั้งกระชาก ประตูก็ขยับไปทีละนิดทีละนิด มือเราสามคนแดงเถือกเพราะกระแทกลูกบิดจนปวด ความท้อเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผมจะออกปากชวนให้แม่แคนไปนอนกันบ้านไอ้ต้นอยู่แล้ว แต่...

พลั้วะ!!!

ประตูเปิดกว้างออกตามแรงดึงครั้งสุดท้ายของผม

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่เสียงเฮเหมือนถูกลอตเตอรี่จะดังลั่นไปทั่วซอย

"กูพิชิตประตูบ้านมึงได้แล้ว"!!!

สุดท้ายแม่แคนก็ยอมรับในความทรมาณของพวกเรา พาไอ้แคนไปส่งบ้านต้นให้จนได้

เรื่องก็จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง

(ยกเว้นผมที่ต้องขับมอไซค์ฝ่าฝนไปคนเดียว เพราะไอ้ต้นขอบายไปนั่งรถแม่ไอ้แคน - -")

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ประตูชอบทำให้เราเสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์ แล้วเสือกมาเปิดเอาตอนคนเค้าถอดใจแล้ว

จบอย่างทุลักทุเลและมือที่แดงเถือก...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

5555555555+ เข้ามาขำโดยเฉพาะ เออนะ เป็นเรื่องเป็นราวเชียว = =

น่าฉงฉานจิง ๆ น้องเล่าแบบนี้ทำให้คิดว่า น้องอายุเท่าไหร่!!! เขียนอย่างกับคนทำงานแล้วแหน่ะ 555555555+

(เข้ามาบ้าโดยเฉพาะ)

ทวงด้วย เรื่องที่ให้ทำไปถึงไหนแล้วหือ?
ทวงเฟร้ยยยย
(เราเองเจ้าของบ้าน)กว่าจะเปิดได้เล่นเอาเกือบตาย
เปิดได้ทีจะไปตั้งวงฉลองเลย555+
ซ้อมแล้วนะคราวนี้เอานิ้วจิ้มก็ออกแล้วมันปิดไม่ได้แทน 0_o"

#2 By แคน (58.8.21.123) on 2005-10-31 17:34

แนะนำให้เปลี่ยนประตูใหม่ = =
อ่านแล้วฮาอย่างแรงนายกิลเอ๋ย 555 แนะนำเจ้าของบ้านให้เปลี่ยนประตูได้แล้วนะ มิเช่นนั้นสักวันอาจต้องนอนหน้าบ้านก้อได้

น่าจะลองเขียนนิยายแนวนี้ดูนะเนี่ย มีคำหยาบบ้างนิดหน่อยแต่ฮาน่าดุ 55

#4 By nj venus on 2005-11-10 11:27

ยังไม่ได้เปลี่ยนปะตูเลยแล้วซ้อมแล้วครับ

#5 By Can (58.8.20.142) on 2005-11-12 18:04