คำบางคำ ตอบคำถามได้นับร้อยพัน
posted on 07 Aug 2009 23:05 by brownfrog in 1nMyBloGแต่ที่สุดแล้ว ความเงียบจะตอบได้ทุกคำถามในโลกนี้
แต่ที่สุดแล้ว ความเงียบจะตอบได้ทุกคำถามในโลกนี้
-0-
“เดย์จะเข้าห้องเรียนสายทุกวัน ค่าเฉลี่ยเวลาของการสายอยู่ที่ 7 นาที 36 วินาที วันที่ชอบมาสายมักจะเป็นวันฝนตก เวลานั่งเรียนจะนั่งเก้าอี้ตัวที่สามนับจากซ้ายบน สมุดที่พกมาจะวาดรูปเป็นส่วนใหญ่ วันนี้เดย์จะวาดรูปใครกันนะ... สา นี่เธอ...?!”
สาดึงเอาสมุดบันทึกของเธอออกจากมือผมทั้งน้ำตา และวิ่งหนีไป
--------------------
ผมนั่งที่ระเบียงหน้าตึก หกโมงครึ่งยันแปดโมง เธอยังไม่มา หยิบมือถือของเธอที่ตกไว้เมื่อวานขึ้นมาดู ภาพวอลล์เปเปอร์เป็นรูปผมในชุดนักศึกษา จิวในภาพหายไปเกือบห้าเดือนแล้ว
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...
ยกมือขึ้นลูบหัวที่ยุ่งจนเกือบเละ ผลจากการนอนดึกตื่นเช้าเริ่มทำพิษ จะลุกไปหากาแฟกินซักแก้วแต่ก็สะดุดกับร่างบางที่ยืนอยู่
“มารอใครอยู่ล่ะ”
“เปล่า นั่งเรื่อยๆ”
ดาไม่เชื่อแน่นอน แต่ไม่ได้พูดอะไร หันหลังเดินหายไป ผมลุกขึ้นและดึงข้อมือหล่อนไว้
“อย่ามาแตะตัวดา”
“ทำไมทำกับเดย์อย่างนี้”
ดานิ่งไปวินาทีหนึ่ง
“แล้วทำไมเดย์ถึงทำอย่างนี้กับดาล่ะ”
คำถามเดียวกันทำเอาผมกระตุก หล่อนสะบัดมืออย่างแรง น้ำตารื้น ผมมองเลยไหล่ของเธอไปและพบกับสาที่กำลังวิ่งอย่างเร่งรีบเพื่อจะมาเข้าห้องเรียนที่อยู่ด้านข้างผม
ชั่ววินาทีนั้น สามสายตาสบกัน
edit @ 16 Mar 2009 22:06:24 by ก
ได้ยินมาจากเอ็นทรี่ที่แล้วว่ากำลังมีโปรเจคต์ใหม่
อืม ชื่อ "บนโลกใบนี้ที่ไม่มีฉัน"
แค่ชื่อก็เหงาแล้ว ไหนลองเล่าเรื่องย่อมาแบบสั้นๆ หน่อย
เป็นรวมเรื่องสั้นในหัวข้อ "บนโลกใบนี้ที่ไม่มีฉัน"
รวมเรื่องสั้น? ใครจะอ่านวะเนี่ย?
ก็ลองดู เรื่องยาวเขียนยาก เหนื่อย ขี้เกียจด้วย
บางทีอารมณ์มันเป็นแบบ ผุดขึ้นมาเป็นช่วงๆ นึกอะไรดีๆ ออกก็เขียนไป ตอนนั้นรู้สึกไงก็เขียนไปแบบนั้น แล้วก็ต้องจบตอนให้ได้ภายในวันสองวันเลย แล้วค่อยมานั่งคัดแก้ทีหลัง คือถือว่าอารมณ์และหลักจิตวิทยาของตัวละครในเรื่องนี่เป็นหลัก เขียนยังไงก็ได้แต่ให้คนอ่านเข้าใจการกระทำของมันเป็นพอ
แค่ฟังก็เข้าใจยากแล้ว อ่านจริงๆ จะเป็นไงเนี่ย
มันเป็นแค่เรื่องราวความรักที่เคยได้ยินหรือไปเจอมากับตัว เอามาเขียนเป็นตัวหนังสือ ส่วนมากเรื่องจริงพวกนี้ยังไม่มีตอนจบเลยเขียนเอาง่ายๆ เข้าไว้
เรื่องอ่านยากไม่ยาก ขึ้นอยู่กับคนอ่าน ถ้าอ่านผ่่านๆ เอาอารมณ์เกาหลีเอาอารมณ์แจ่มใสมันจะไม่มีวันรู้เรื่อง เขียนมา เรื่องหลักไม่ใช่อารมณ์รักกุ๊งกิ๊ง แต่คืออยากให้อ่านแล้วคิด อยากให้อ่านแล้ว 'เข้าใจ' สิ่งที่จะบอก คิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นแน่ ไม่เกิดกับเพื่อนก็เกิดกับเรา
พูดซะดิบดี ตัวเองเขียนไม่รู้เรื่องเองมากกว่า
อาจจะมีบางช่วงที่ง่วงๆ ไปบ้าง แต่สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าถ้างานชุ่ยจะไม่ปล่อยลงเด็ดขาด เพราะงั้นถ้าตั้งใจอ่านแล้วยังไม่เก็ต ก็ถือซะว่างานมันเป็นขยะวรรณกรรมแล้วกัน
เขียนมาให้คนอ่านแล้วไม่แคร์คนอ่านเนี่ยยังไงกันวะ
ก็ไม่ใช่ไม่แคร์ แต่ไม่ใช่รีบเขียนรีบลงปั๊ม view
ทุกงานก่อนผ่านมันต้องตรวจอยู่แล้ว ช่วงนี้อาจจะติดงานหนังสั้นหรือหนังแนวมืดๆ ของไทย เลยอาจจะอ่านยากไปสักนิดหนึ่ง บวกกับอยากให้ใช้สมองด้วย ไม่ใช่ต้องมานั่งอธิืบายให้เห็นทุกการกระทำทุกสถานที่ มหาลัยมันมีตึกสีขาวสะอาดเรียงรายนะ แสงอาทิตย์ยามอัสดงทอประกายสว่างส่องให้ทุกชีวิตเร่งรีบกลับบ้านนะ คือเขียนจนเบื่อแล้ว อยากได้คำง่ายๆ ที่อ่านแล้วเข้าใจบ้าง
พระนางหน้าตาเป็นไงเนี่ยเผื่อเรียกคะแนนคนอ่าน
ไม่มีหน้าว่ะ ยังไม่เคยคิดหน้าพระเอกเลย
ได้ไงวะ เดี๋ยวนี้นิยายไม่มีภาพเนี่ยมีที่ไหน
ก็สวนกระแสนิดหน่อย อยากพูดนิดหนึ่ง คือไอ้การเขียนในแบบที่มีอยู่แล้วมากมายเนี่ย ก็ไม่ต่างอะไรกับที่คุณทรงศีล ทิวสมบุญพูดไว้ว่า "มันก็เหมือนกับการไปต่อแถวที่มีคนรอเยอะมากๆ" เขียนตามกระแสมันดังได้มั้ย - ได้ อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่การเขียนเพื่อให้ตลาดยอมรับจนไม่ใช่ตัวของตัวเองเนี่ยแหละที่ยอมรับไม่ได้ อยากอ่านงานแจ่มใสก็ไปอ่านแจ่มใส อยากอ่านงาน top 10 ของเด็กดีก็เข้าไปเด็กดี งานพวกนั้นมันมีเยอะแล้ว เกร่อไปหมด เขียนไปไม่มีความสุขเนี่ยเรื่องใหญ่ที่สุดของนักเขียนล่ะ
งานนี้เลยเป็นการสร้าง"แถว"ขึ้นใหม่ ซึ่งการสร้างแถวใหม่ขึ้นมามันก็เหมือนกับการเสี่ยงว่าจะล่มไม่ล่ม แต่การเสี่ยงที่ไม่เสียเงินเสียทองมันก็น่าลองไม่ใช่หรอ
เอ้า เอาไงก็เอา แล้วสรุปว่าจะออกมาให้ลองอ่านกันเมื่อไหร่เนี่ย ฝอยซะฟุ้งตัวงานไม่มา
เร็วๆ นี้แหละ ไม่อยากเร่งตัวเอง เพราะไม่รู้จะเร่งมาให้ใครอ่าน ถ้าอ่านตอนแรกแล้วไม่ประทับใจก็จบ งั้นก็เลยต้องทำออกมาให้ดีที่สุดทุกๆ ตอน
อยากจะฝากอะไรให้คนที่หลงเข้ามาอ่านบ้างมั้ย
ฝากไว้หน่อยว่าอ่านไปอย่าใช้แต่สมองนะ ใช้วิจารณญานด้วย ไม่ใช่เรื่องสำหรับเด็กแปดขวบแน่นอน
ขอบคุณ และไม่ต้องอ่านก็ได้นะครับ บอกตอนนี้จะทันมั้ยเนี่ย 555+